ทัวร์ครับพาช็อป
ไม่พลาดทุกแหล่งช้อปปิ้งในย่านดัง พร้อมทั้งรายการของฝากน่าซื้อ ให้คุณได้ช้อปปิ้งอย่างจุใจ
5 แบรนด์หรู สุดยอดกระเป๋าเดินทาง ไปเที่ยวที่ไหนก็ไม่หวั่น!
พาช้อป
5 แบรนด์หรู สุดยอดกระเป๋าเดินทาง ไปเที่ยวที่ไหนก็ไม่หวั่น!
การเดินทางจะราบรื่นและเต็มไปด้วยความทรงจำอันน่าประทับ สิ่งสำคัญนอกจากเรื่องสถานที่เที่ยวแล้ว กระเป๋าเดินทางก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญเพราะหากกระเป๋าเดินทางของเรา เกิดพังขึ้นมาระหว่างทริป อาจจะทำให้หมดสนุก และต้องนั่งหัวเสียกับกระเป๋าเดินทางเจ้าปัญหาไปตลอดทริปเที่ยว ซึ่งปัญหาพวกนี้จะไม่เกิน ถ้าเราเลือกกระเป๋าเดินทางที่แข็งแรง ทนทาน พร้อมลุยกับเราไปได้ในทุกการเดินทาง ทัวร์ครับจึงไม่รอช้า รีบจัดให้! รวบรวมกระเป๋าเดินทางที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกต่างยกนิ้วให้ว่า เป็นสุดยอดกระเป๋าเดินทางว่าแต่จะมีแบรนด์กระเป๋าเดินทางไหนบ้าง ตามทัวร์ครับมาดูกันเลย เรื่องของกระเป๋าเดินทาง ต้องเลือกที่มีคุณภาพไว้ก่อน เพราะถ้าคุณภาพดีจะมาพร้อมกับความทนทานใช้ได้นานๆ คุ้มค่า ไม่ว่าจะไซส์ไหนก็ต้องเลือกให้ดีๆ ซึ่งสามารถเข้าไปเลือกดูกระเป๋าเดินทาง และซื้อผ่านออนไลน์ได้แล้วที่ Robinson Online (https://www.robinson.co.th/th) ซึ่งมีหลายแบบหลายสไตล์ให้เลือกช้อปกัน ซื้อกระเป๋าเดินทางกับ Robinson Online การันตีได้ว่า เป็นของแบรนด์แท้ 100% และส่งฟรีไม่มีขั้นต่ำด้วย ซื้อกระเป๋าเดินทาง กับ Robinson Online >> https://www.robinson.co.th/th/sports-leisure/luggage/hard 5 แบรนด์หรู สุดยอดกระเป๋าเดินทาง 1. กระเป๋าเดินทางหรู - อเมริกัน ทัวร์ริสเตอร์ (American Tourister) สำหรับ American Touristerเชื่อว่าไม่มีนักเที่ยวคนไหนไม่รู้จัก เพราะเป็นแบรนด์กระเป๋าเดินทางขวัญใจนักเที่ยวทั่วโลก ด้วยรูปทรงการออกแบบที่ทันสมัย มีให้เลือกหลากหลายตามความต้องการ ทั้งชนิดของวัสดุ ไม่ว่าจะเป็นแบบแข็ง หรือแบบผ้า ขนาดไซส์ต่างๆที่มีครบทุกไซส์และได้มาตราฐานสากล เนื่องจากอยู่ในเครือบริษัท Samsonite จึงมั่นใจในคุณภาพได้อย่างแน่นอนค่ะ หลายเสียงบอกมาว่าเป็นกระเป๋าเดินทางที่ทนมากๆ พาไปลุยหลายทริปแล้วยังไม่สะทกสะท้าน หากใครกำลังมองหากระเป๋าเดินทางที่ทนทาน ทันสมัย ได้มาตราฐาน ในราคาที่เอื้อมถึง American Tourister เป็นแบรนด์กระเป๋าที่น่าสนใจไม่น้อยเลยค่ะ ซื้อกระเป๋าAmerican Touristerกับ โรบินสัน ออนไลน์ >>https://www.robinson.co.th/th/american-tourister 2. กระเป๋าเดินทางหรู-แซมโซไนท์ (Samsonite) มาต่อกันที่แบรนด์กระเป๋าเดินทางที่เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางทั่วโลก กับความเป็นมายาวนานกว่า 100 ปี กับ Samsonite ความโดดเด่นของกระเป๋าเดินทางของ Samsonite คือเรื่องของวัสดุที่แข็งแรงสุดๆ ไม่ว่าทริปของคุณจะบุกป่า ฝ่าดงขนาดไหน กระเป๋า Samsonite ก็จะพาคุณเที่ยวต่างประเทศได้อย่างลื่นไหล พร้อมกับดีไซน์ที่ทันสมัย และหลากหลายขนาดให้เลือกซื้อได้ตามความต้องการ ซึ่งสมัยก่อนเราอาจได้ยินกันมาว่า กระเป๋าเดินทาง Samsonite ราคาค่อนข้างแพง แต่ปัจจุบัน Samsonite มีกระเป๋าที่หลากหลายมากขึ้น จึงมีช่วงราคาสินค้าที่เราสามารถเข้าถึงได้ แต่เรื่องคุณภาพยังสามารถไว้ใจได้เหมือนเดิมค่ะ 3.กระเป๋าเดินทางหรู - เดลซี่ (Delsey) กำลังเป็นที่รู้จักมากขึ้นในประเทศไทย กับแบรนด์กระเป๋าเดินทางชื่อดังจากฝรั่งเศส อย่าง Delsey ซึ่งเป็นแบรนด์ที่โดดเด่นในเรื่องการดีไซน์ที่เน้นความคลาสสิคแบบดั้งเดิม ผสมผสานกับความนวัตกรรมรุ่นใหม่ พร้อมรูปแบบที่ออกมาให้เน้นการใช้งานที่สะดวกสบาย ผลิตจากวัสดุที่มีความทนทาน ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นทริปสมบุก สมบันขนาดไหน ก็ผ่านฉลุย และที่สำคัญเลยคืออยู่ในระดับเรทราคากลางๆ ไม่แพง เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีสำหรับกระเป๋าเดินทางที่จะทำให้คุณสบายใจ หายห่วงตลอดทริป 4. กระเป๋าเดินทางหรู -ริโมว่า (Rimowa) ส่วนใครเงินหนักสักหน่อย ก็ต้องแบรนด์นี้เลยค่ะ Rimowa กระเป๋าเดินทางที่ถือกำเนิดขึ้นมาตั้งแต่ปี 1898 เป็นที่จดจำในเรื่องของนวัตกรรมสุดล้ำของกระเป๋าเดินทาง รวมถึงใช้อลูมิเนียมที่มีความทนทาน และน้ำหนักเบา เป็นวัสดุในการผลิตกระเป๋า ทำให้กระเป๋าเดินทาง Rimowa ขึ้นชื่อเรื่องน้ำหนักที่เบา และความแข็งแรงทนทาน ร่วมกับการออกแบบที่หรูหราแต่คลาสสิค ทำให้ราคาของกระเป๋าเดินทาง Rimowa นั้นค่อนข้างจะสูงนิดนึง แต่ทัวร์ครับบอกเลยว่า คุ้มค่ากับคุณภาพแน่นอนค่ะ 5. กระเป๋าเดินทางหรู -ULKA ปิดท้ายด้วยแบรนด์ ULKA แบรนด์กระเป๋าสุดหรูและเป็นกระเป๋าอัจฉริยะด้วย AI Robotics Auto Follow Suitcase ซึ่งเป็น กระเป๋าเดินทางอัจฉริยะตัวแรกของโลก! ความเริดคือ สามารถเดินตามเจ้าของได้แบบว่าไม่ต้องลากให้เมื่อยมือ โดยใช้กล้อง Kinect Sensor ที่สามารถจดจำเจ้าของได้อย่างรวดเร็วภายในเสี้ยวนาที ในส่วนของระยะทางสูงสุดถึง 20 กิโลเมตร ต่อการชาร์จแบตเต็ม 1 ครั้ง ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับน้ำหนักสัมภาระในกระเป๋าหากใส่ของเยอะก็อาจจะใช้ได้ไม่ถึง 20 กิโลเมตรการออกแบบหรูหรา การใช้งานที่สะดวกสบาย กระเป๋ามีความทนทาน ซื้อกระเป๋าULKA กับ โรบินสัน ออนไลน์ >>https://www.robinson.co.th/th/ulka ทัวร์ครับบอกเลยว่าแต่ละแบรนด์ที่ทัวร์ครับคัดสรรมาให้ในวันนี้ ล้วนแต่เป็นแบรด์กระเป๋าเดินทางที่มีมาตราฐานสากล ส่วนเรื่องราคาก็แล้วแต่ความหนักของแบงค์ในกระเป๋าแต่ละท่านว่าจะสะดวกแบบไหน ? แต่ถ้าจะให้ทริปเที่ยวของคุณสะดวกสบาย ราบรื่น และมีคุณภาพยิ่งกว่าเดิมละก็ เข้าไปเลือกซื้อแพ็กเกจทัวร์ต่างประเทศคุณภาพจาก ทัวร์ครับ (Tourkrub)ก็สามารถเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศพร้อมกระเป๋าเดินทางคุณภาพคู่ใจได้สนุกยิ่งกว่าเคยค่ะ เตรียมพร้อมเรื่องกระเป๋าเดินทางกันไปแล้ว ยังมีอีกหนึ่งเรื่องที่นักเดินทางทั้งหลายต้องรู้ก่อนไปเที่ยวต่างประเทศ กับพิกัดร้านแลกเงินสุดคุ้ม อ่านต่อได้เลยที่ >>> ชี้เป้าลายแทง! “ ร้านแลกเงิน ” เรทดี เที่ยวต่างประเทศครั้งนี้ คุ้มเว่อร์<<<
ไปญี่ปุ่นซื้อเครื่องสำอางอะไรดี รวม 10 เครื่องสำอางญี่ปุ่นยอดนิยม
พาช้อป
ญี่ปุ่น
ไปญี่ปุ่นซื้อเครื่องสำอางอะไรดี รวม 10 เครื่องสำอางญี่ปุ่นยอดนิยม
ไปเที่ยวญี่ปุ่น อีกหนึ่งของที่ต้องซื้อกลับคือ เครื่องสำอางญี่ปุ่น เพราะซื้อที่ญี่ปุ่นราคาถูกกว่าเยอะเหมือนกัน เครื่องสำอางญี่ปุ่นก็มีให้เลือกเยอะมาก หลายๆ คนก็งง ไปญี่ปุ่นซื้อเครื่องสำอางอะไรดี? ยี่ห้อไหนบ้างละที่บ้านเรานิยม ทัวร์ครับ (Tourkrub)รวมมาให้แล้ว กับ 10 เครื่องสำอางญี่ปุ่นยอดนิยมที่ญี่ปุ่นและที่ไทยก็ฮอตมากเหมือนกัน จองทัวร์ญี่ปุ่น กับ ทัวร์ครับ (Tourkrub) ไปญี่ปุ่นซื้อเครื่องสำอางอะไรดี 1. เครื่องสำอางญี่ปุ่น - Canmake ขอบคุณรูปภาพจาก>> www.facebook.com/canmakethailand/ สำหรับแบรนด์นี้เราน่าจะคุ้นหูคุ้นตากันอยู่ เพราะแบรนด์นี้เขามีขายตามร้าน drugstore ในไทยด้วยแหละ แต่ที่น่าไปหิ้วกลับมาก็เพราะว่าราคาที่ไทยและที่ญี่ปุ่น มันช่างแตกต่างกันเสียเหลือเกิน บอกเลยว่าราคาเครื่องสำอางญี่ปุ่นถูกมากๆ ละที่สำคัญแพ็คเกจของ CANMAKE น่ารักน่าสอยไปซะทุกอย่างด้วย ทั้งบลัชออน ลิปกลอส ส่วนไอเท็มเด็ดที่แนะนำของแบรนด์นี้ แอบบอกให้เลยว่าเป็นเจ้าตัว Lasting Multi Eyebase WP นั่นเอง เป็นเบสใช้ทาก่อนลงอายแชร์โดว์ ทำให้อายแชร์โดว์และไอไลเนอร์ติดทนนานขึ้นกว่าเดิม ถ้าถามถึงราคาละก็ บอกเลยเจ้าตัวนี้ ราคาแค่เพียง 500 เยน !! เห็นอย่างนี้แล้ว พลาดไม่ได้เลยล่ะ ซื้อเครื่องสำอางญี่ปุ่นCanmeke กับ Lazada >> คลิกที่นี่ 2. เครื่องสำอางญี่ปุ่น - DAISO ขอบคุณรูปภาพจาก>> www.facebook.com/daisothailand/ บอกได้เลยว่าใครไม่รู้จัก เรียกว่าเชยกันเลยทีเดียว เพราะในญี่ปุ่น มีร้านไดโซะมากกว่า 2,570 ร้าน เป็นศูนย์รวมสินค้าที่น่าสนใจอีกร้านนึงเลยก็ว่าได้ อีกทั้งเครื่องสำอางจากไดโซะก็น่าเล่นไม่แพ้แบรนด์อื่น ราคาจะตกอยู่ที่ 100 เยนทั้งร้าน (มีภาษีอีก 8 เยน) ซึ่งคิดเป็นเงินไทย จำนวนเท่าไหร่ก็เช็คเรทตามค่าเงินในช่วงเวลานั้นเลยเพราะถ้าซื้อที่ไทยก็แพงกว่าเกือบเท่าตัว ไอเท็มเด็ดของไดโซะจะเป็นตัวอายแชร์โดว์ Elfa pearl eye shadow มีหลากหลายสีให้เลือก นอกจากนั้นก็ยังมีพวกสติ๊กเกอร์ทำตาสองชั้นให้ลองเล่นมากมาย รวมถึงน้ำยาล้างพัฟและล้างแปรงก็เลิศสุดๆ ซื้อเครื่องสำอางญี่ปุ่น Daiso กับ Lazada >> คลิกที่นี่ 3. เครื่องสำอางญี่ปุ่น - KATE ขอบคุณรูปภาพจาก>>www.facebook.com/katenomorerulesthailand เครื่องสำอางแบรนด์ KATE ค่อนข้างจะโดดเด่นมากในเรื่องของผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับคิ้ว ขนตา อย่างที่เป็นตัวเขียนคิ้วคือ เขียนแล้วทนจริง ทนจัง ติดน๊านนาน เหงื่อนไหลก็ไม่ลบ เอาอยู่ สาวๆ แล้วที่เป็นดินสอก็เขียนง่าย ทำให้ทรงคิ้วสวยได้ตามแบบที่สาวๆ ต้องการ หรือแม้แต่มาสคาร่าเองก็มีแบบขนตางอนยาวปัดแล้วชนะเลิศมาก ในญี่ปุ่นสาวๆ สามารถหาได้ตามร้าน Drug Store ทั่วไปเลย ใครหาไม่เจอเอาไม้มาตีแอดมินได้เลยจ้า ซื้อเครื่องสำอางญี่ปุ่น KATEกับ Lazada >> คลิกที่นี่ 4. เครื่องสำอางญี่ปุ่น -MAJOLICA MAJORCA แบรนด์นี้ MAJOLICA MAJORCA ก็เป็นอีกแบรนด์ที่เด่นในเรื่องของมาสคาร่าปัดเด้ง ขนตางอนไปถึงพรุ่งนี้อย่าง Lash Gorgeous Wing และ Lash King Mascara แต่ค่อนข้างล้างออกยากนิดหน่อย ส่วนอายไลน์เนอร์ Perfect Automatic Liner ของนางก็ดังนะ อายแชโดว์ก็น่ารัก ส่วนใหญ่สามารถตามหาแบรนด์นี้ได้ที่ร้าน Drug Store ทั่วไปในญี่ปุ่นจ้า ซื้อเครื่องสำอางญี่ปุ่น MAJOLICA MAJORCAกับ Lazada >> คลิกที่นี่ 5. เครื่องสำอางญี่ปุ่น -SHISEIDOINTEGRATE ขอบคุณรูปภาพจาก>> www.facebook.com/integrate.pr/ ไปญี่ปุ่นต้อง Strong ทั้งจิตใจและการเงินนะคะ เห็นอะไรก็น่ารักไปหมด อยากได้ทุกสิ่งทุกอย่าง แบรนด์นี้ก็เช่นกัน ที่สำคัญยังไม่มีขายในไทยด้วย อีกทั้งแบรนด์ INTEGRATE ยังอยู่ในเครือ SHISEIDO อีกด้วย ผลิตภัณฑ์ที่แนะนำของ INTEGRATE คือ อายแชโดว์สำหรับคิ้ว Eyebrow & Nose Shadow และลิปกลอส Girls Kiss Jelly ที่เคยได้รางวัลจากเว็บ cosme.net มาแล้ว เป็นไงละ อย่ารอช้า รีบไปซื้อเลย ซื้อเครื่องสำอางญี่ปุ่น SHISEIDOINTEGRATE กับ Lazada >> คลิกที่นี่ 6. เครื่องสำอางญี่ปุ่น -Hada Labo ขอบคุณรูปภาพจาก>>www.facebook.com/WeLoveHadaLabo/ หลุดจากเครื่องสำอางพวกเมคอัพมาสกินแคร์บำรุงผิวกันบ้างเนอะ Hada Labo ค่อนข้างจะมีชื่อเสียงในไทยพอสมควรในเรื่องของการบำรุงผิวให้นุ่มดึ๋งๆ เวลามีใครไปญี่ปุ่น ก็จะโดนให้หิ้วเจ้า Lotion น้ำตบของแบรนด์นี้มาฝากกันเยอะทีเดียว ตอนนี้ก็มีแบบเป็นถุงเติมประหยัดเงินได้หลายตังค์อยู่ และยังมีแบบเป็นเจลกระปุก All in One Gel อีกด้วย แต่ที่ปลื้มกันสุดๆ คือเรื่องราคาที่แสนจะแตกต่าง เพราะที่ไทยกับที่ญี่ปุ่นห่างกันอยู่ประมาณ 2 เท่า !! ใครไปเยือนญี่ปุ่นก็สามารถหาได้ตามร้านสะดวกซื้อทั่วไปในญี่ปุ่นได้เลยเนอะ ซื้อเครื่องสำอางญี่ปุ่น Hada Labo กับ Lazada >> คลิกที่นี่ 7. เครื่องสำอางญี่ปุ่น -Kotoshina ขอบคุณรูปภาพจาก>>www.facebook.com/kotoshinathailand/ เครื่องสำอางแบรนด์นี้อาจจะไม่ค่อยคุ้นกันซักเท่าไหร่ แต่ขอบอกเลยว่า จุดเด่นของแบรนด์นี้นั่นคือในเรื่องของ Organic Product ไม่ว่าจะเป็นโทนเนอร์ ครีมบำรุงผิว ซึ่งใช้สารสกัดที่มาจากธรรมชาติล้วนๆ ไม่เป็นอันตราย หรือก่อให้เกิดการแพ้แต่อย่างใด (เค้าบอกว่าเค้าคัดสรรมาอย่างดีเลยนะ) Kotoshina หาซื้อได้ง๊ายง่าย หาตามห้างสรรพสินค้าทั่วไปในญี่ปุ่นได้อีกเช่นเคย ผิวใครแพ้ง่าย ก็อย่าลืมลองใช้แบรนด์นี้กันดูนะ 8. เครื่องสำอางญี่ปุ่น -MAQuillAGE ขอบคุณรูปภาพจาก>> https://twitter.com/maquillage_jp เป็นอีกแบรนด์ที่มีแพ็กเกจน่ารัก สำหรับMAQuillAGEฟรุ้งฟริ้งมาก มีความเป็นเจ้าหญิงเบาๆ อีกทั้งเน้นในเรื่องการแต่งหน้าเบาบางใสๆ ที่่โด่งดังเลยก็มีลิปกลอส และบลัชออน ราคาจะแพงกว่าแบรนด์ MAJOLICA MAJORCA ที่อยู่ในเครือเดียวกันหน่อย หาซื้อได้ง่ายตามร้านค้าทั่วไปในญี่ปุ่นเหมือนกันจ้า อ้อ แต่เรื่องราคาที่ญี่ปุ่นก็ถูกว่าที่ไทยตามท้องเรื่องเช่นกัน ซื้อเครื่องสำอางญี่ปุ่น MAQuillAGE กับ Lazada >> คลิกที่นี่ 9. เครื่องสำอางญี่ปุ่น -Cle de Peau Beaute ขอบคุณรูปภาพจาก >>www.facebook.com/CledePeauBeauteThailand/ อีกหนึ่งแบรนด์ที่ไม่พูดถึงไม่ได้ หากพูดถึงเครื่องสำอางญี่ปุ่นเคล เดอ โป โบเต้ (Cle de Peau Beaute) เป็นแบรนด์พรีเมี่ยมที่ญี่ปุ่นเลยนะ เรื่องของราคาก็อาจจะสูงหน่อย แต่เรื่องของคุณภาพก็คือดีงามเลย สาวญี่ปุ่นก็รัก สาวไทยไปเที่ยวญี่ปุ่นก็ซื้อกลับกันมาเยอะ เพราะที่ไทยราคาก็แรงแพงเอาเรื่องอยู่ โปรดักส์ก็มีให้เลือกทั้งเครื่องสำอางและสกินแคร์บำรุงผิว สำหรับเครื่องสำอางตัวดังๆ ของเขาจะเป็นพวกรองพื้น คอนซีลเลอร์ อะไรพวกนี้จะปกปิดดี แล้วเกลี่ยง่ายใช้แล้วดูเป็นธรรมชาติ อีกอย่างที่เริดก็คือ ลิปกลอส เติมความชุ่มชื่นให้กับริมฝีปากและเพิ่มสีสันให้คาวาอิแบบสาวญี่ปุ่นกันไปเลย ซื้อเครื่องสำอางญี่ปุ่น MAQuillAGE กับ Lazada >> คลิกที่นี่ 10.เครื่องสำอางญี่ปุ่น -CEZANNE ขอบคุณรูปภาพจาก >> www.facebook.com/cezannefan/ ปิดท้ายเครื่องสำอางญี่ปุ่นด้วย CEZANNE เป็นอีกแบรนด์ที่สาวไทยรักในตัวนางมาก เพราะนอกจากพรีเมี่ยมแล้ว ราคายังไม่แพงด้วยนะ คือถ้าไปญี่ปุ่นแล้วซื้อกลับมาราคาถูกเลย แป้งพัฟของเขาคือ ดีมาก เนื้อละเอียดเข้ากับสีผิวของสาวๆ เอเชียได้ดีเลยทีเดียว แต่ตอนนี้ที่ไทยก็มีแล้วตามช้อปต่างๆ หรือร้านสโตร์บิวตี้ชื่อดัง ซึ่งราคาก็ไม่หนีกันมาก แต่ยังไงไปเที่ยวญี่ปุ่นก็อยากให้ซื้อกลับมาเพราะใช้ดี และราคาก็ถูกกว่านิดหน่อยนะๆ ซื้อเครื่องสำอางญี่ปุ่น CEZANNE กับ Lazada >> คลิกที่นี่ ใครไปเที่ยวญี่ปุ่น ครั้งหน้าก็อย่าลืม ซื้อเครื่องสำอางญี่ปุ่นกลับมาใช้เอง หรือซื้อฝากก็ได้ รับรองว่า คนได้ประทับใจแน่นอน จองทัวร์ ไปเที่ยวญี่ปุ่นกับ ทัวร์ครับ >>https://tourkrub.co/japan-tour
ชี้เป้า 5 ร้านเช่าชุดฮันบกที่เกาหลี ใส่สวยทุกเพศ ทุกวัย ตามสไตล์กิมจิ
พาช้อป
ชี้เป้า 5 ร้านเช่าชุดฮันบกที่เกาหลี ใส่สวยทุกเพศ ทุกวัย ตามสไตล์กิมจิ
เกาหลีเป็นอีกหนึ่งประเทศที่ยังคงฮอตฮิตติดลมบนถึงแม้จะผ่านมาหลายปีแล้วก็ตาม เทียบความฮอตแล้วไม่แพ้ญี่ปุ่นกันเลยทีเดียว การเดินทางไปสถานที่ใดสถานที่หนึ่งเราก็จะได้เรียนรู้ และรับวัฒนธรรมของบ้านเขามาไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอาหาร ประเพณี หรือแม้กระทั่งการแต่งตัวอย่างไปญี่ปุ่นเราก็ต้องใส่ชุดกิโมโน ถ้าพูดถึงเกาหลีก็ต้องเป็นชุดฮันบก แบบราชวงศ์เกาหลี มโนว่าตัวเองเป็นซังกุง ตามซีรี่ส์เกาหลีแปป มารอบนี้ไปเกาหลีทั้งทีจะพลาดใส่ชุดฮันบกสุดคิ้วท์สไตล์เกาหลีได้ยังไงกันล่ะ วันนี้ Tourkrub เลยรวบรวมร้านเช่าชุดฮับบก ใส่สวยทุกเพศ ทุกวัย ตามสไตล์กิมจิ ให้สาวๆ ได้ตามไปเช่าและสวมบทเป็นสาวเกาหลีกัน หรือจะให้คุณผู้ชายใส่ด้วยก็ดูน่ารักคิ้วๆท์ สไตล์กิมจิไปอีกแบบ รับรองว่าทริปนั้นจะได้ภาพสวยๆ ใส่ชุดฮันบกแล้วไปแชะภาพกับสถานที่ท่องเที่ยวแนวย้อนยุคที่ช่วงนี้กำลังมาแรง เอาไว้อวดเพื่อนลงโซเชียลกันได้ยาวๆ แน่นอนจ้า เที่ยวเกาหลีราคาสุดคุ้ม เริ่มต้น 8,999 บาท !! 1.ร้าน 국민한복차빔 chabimhanbok เริ่มต้นกันที่ร้านแรกที่เป็นนิยมอยู่แถบย่านอินซาดง อย่างร้าน Kukminhanbok Chabim ที่มีชุดฮันบกให้สาวๆ เลือกกันจนตาลายมีทั้งแบบออริจินอลยุคดั้งเดิมแท้ๆ ไปจนถึงชุดเกาหลีที่มีการผสมผสานแบบยุคใหม่ให้เลือกสรร ไม่เพียงเท่านั้นเพราะที่นี่ยังมีบริการทำผมให้ฟรีอีกด้วย คงไม่อยากใส่ชุดฮันบก แต่ผมเป็นรังนกใช่มั้ยล่ะ ทำแล้วก็ต้องทำให้สุด เรียกได้ว่าแวะร้านเดียวได้ครบทุกอย่างจริงๆ อ้อบอกก่อนว่าร้านนี้เขามีชุดสำหรับคุณผู้ชายด้วยนะ เผื่ออยากใส่คู่กับแฟนสาว รับรองว่าน่ารักน่าหยิกเหมือนหลุดออกมาจากซีรีส์เกาหลีเลยล่ะ ใครอยู่ใกล้แถวอินซาดงเราแนะนำเลยจ้า แอบกระซิบว่าราคาไม่แรงมากด้วยนะอย่ารอช้าไปแปลงโฉมกันเลย ค่าบริการ : Normal Hanbok : 4 ชั่วโมง – 13,000 KRW / 1 วัน – 25,000 KRW Fusion/Theme Hanbok : 4 ชั่วโมง – 20,000 KRW / 1 วัน – 35,000 KRW เครื่องประดับผม / ริบบิ้น / กระเป๋า / กระโปรงซับใน/ บริการทำผม – ฟรี การเดินทาง: ลงที่สถานี Anguk ทางออก 6 เดินจากปากซอยอินซาดงมาประมาณ 1 นาที FB: 국민한복차빔 chabimhanbok 2.ร้าน Oneday Hanbok ในหมู่นักท่องเที่ยวไม่มีใครจะไม่รู้จักร้าน Oneday Hanbok ร้านนี้ตั้งอยู่ในหมู่บ้านโบราณบุกชอนฮันอก ไม่ไกลจากพระราชวังคยองบกกุง ทำให้เมื่อเช่าชุดแล้วเดินไปถ่ายเล่นกับสถานที่ท่องเที่ยวแนวย้อนยุค หรือพระราชวังได้เลย ได้เวลาแปลงโฉมสวมมง มโนว่าตัวเองเป็นนางเอกหลุดออกมาจากซีรีส์กันก็คราวนี้ล่ะ ไหนจะร้านชุดฮันบกที่คิดราคาทุกชุดเท่ากันหมด สไลต์ของชุดก็มีให้เลือกมากมายหลายแบบแล้วแต่ว่าเราอยากได้อารมณ์ไหน พร้อมทั้งมีเครื่องประดับผมและกระเป๋าถือแถมให้อีกต่างหาก ประหยัดคุ้มค่า แถมแปลงโฉมเสร็จก็ออกมาเดินเล่นแชะภาพได้ทันที ใครที่ชอบความสะดวกสบาย แนะนำเป็นร้านนี้เลย ค่าบริการ: 4 ชั่วโมง – 15,000 KRW (1 ชั่วโมง – 4,500 KRW) / 1 วัน – 28,000 KRW เครื่องประดับทั่วไป (เครื่องประผม, กระเป๋า) – ฟรี เครื่องประดับพิเศษ (หมวก, กระโปรงซับใน, ฯลฯ) – 2,000 KRW การเดินทาง: ลงที่สถานี Anguk ทางออก 2 ข้ามถนนตรงโรงเรียน Jae-dong Elementary School ร้านจะอยู่ชั้น 2 ในตึกตรงสี่แยก 3.ร้าน Seohwa Hanbok ใครอยากได้อารมณ์ฟีลซังกุง เดินเข้าพระราชวังล่ะก็แนะนำเป็นร้าน Seohwa Hanbok เพราะร้านนี้อยู่ใกล้กับพระราชวังเคียงบกกุงมาก เช่าชุดเสร็จก็ออกมาแชะภาพได้เลย ไม่ต้องเดินไกลแบกชุดกันให้เมื่อย แต่บอกก่อนเลยว่ามีชุดฮันบกให้เลือกหลากหลายแบบมาก ทางร้านเลยมีพนักงานไว้คอยช่วยเหลือเราในการเลือกเสื้อผ้า แมตช์ชุดแถมช่วยแต่งตัวให้ สะดวกสบาย คุ้มค่าสุดๆ เพราะเราคงไม่อยากมานั่งทะเลาะกับชุดก่อนออกไปเดินเที่ยวเล่นใช่มั้ยล่ะ ค่าบริการ: 4 ชั่วโมง – 18,000 KRW (1 ชั่วโมง – 5,000 KRW) / 1 วัน – 28,000 KRW / 2 วัน – 38,000 KRW เครื่องประดับทั่วไป (เครื่องประผม, ริบบิ้น, กระเป๋า, กระโปรงซับใน) – ฟรี เครื่องประดับพิเศษ (หมวกพระราชา, หมวกขุนนาง, หมวกกิแซง ฯลฯ) – ราคาพิเศษ การเดินทาง: ลงที่สถานี Gyeongbokgung ทางออก 4 แล้วเดินตรงไป 50 เมตร ร้านจะอยู่ชั้นใต้ดินตรงตึกหัวมุมถนน FB: 경복궁한복대여-서화한복 Seohwa Hanbok 西花韓服 4.ร้าน Hanbok3355 อีกหนึ่งร้านเช่าชุดฮันบกที่เป็นที่นิยมสำหรับนักท่องเที่ยวเช่นกัน เพราะเดินทางง่ายสะดวกสบาย ทำเลที่ตั้งก็หาง่ายไม่ยุ่งยาก อย่างร้าน 3355 มีด้วยกัน 2 สาขา นั่นก็คือ สาขาเคียงบกกุง และสาขาบุกชอนฮันอก แบบที่มีให้เลือกก็มีเยอะแยะมากมายไม่ว่าจะชุดแบบดั้งเดิมหรือชุดสมัยใหม่ ทั้งเพศชายและเพศหญิง ใครไม่ถนัดเขาก็มีพนักงานไว้คอยดูแลนักท่องเที่ยว นอกจากช่วยจัดชุดให้แล้วยังช่วยออกแบบทรงผมที่เหมาะกับชุดที่เราเลือกอีกด้วย แถมที่นี่เขายังมีบริการถ่ายภาพให้อีกด้วยแต่ต้องเสียเงินเพิ่มได้ทั้งแบบในสตูดิโอ และแบบถ่าย Out door คุ้มสองต่อไปเลย ค่าบริการ: ฮันบกผู้หญิง – 30,000 ~ 50,000 KRW/วัน / ฮันบกผู้ชาย – 40,000 KRW/วัน / นำชุดมาคืนหลัง 18.00 น. ปรับ 10,000 KRW / ชั่วโมง บริการทำผม – 5,000 KRW การเดินทาง: ลงที่สถานี Anguk ทางออก 1 FB: 삼삼오오 북촌 3355hanbok bukchon 5.ร้าน Funday Korea หรือ Flowery Hanbok อีกหนึ่งร้านที่อยู่ในละแวกหมู่บ้านโบราณบุกชอนฮันอก อย่างร้าน Funday Korea หรือ Flowery Hanbok ทำเลที่ตั้งอยู่ใกล้พระราชวังเคียงบกกุง นอกจากชุดที่มีให้เลือกมากมายแล้วนั้นที่นี่ยังมีบริการแต่งหน้าให้สาวๆ อีกด้วย หรือจะเลือกแบบแพ็คเกจถ่ายภาพทั้งในและนอกสตูดิโอ ที่รวมค่าเช่าชุดและเครื่องประดับแบบครบชุด ควรค่าแก่การลงทุนหากใครอยากได้ภายสวยๆ สุดแสนจะประทับใจแนะนำให้เลือกแบบแพคเกจไปเลยจะได้ราคาที่คุ้มค่ากว่า ค่าบริการ: 2 ชั่วโมง – 10,000 KRW / 4 ชั่วโมง – 15,000 KRW / 1 วัน – 20,000 KRW ล็อกเกอร์เก็บของ / กระโปรงซับใน – ฟรี บริการแต่งหน้า – 30,000 KRW (ต้องจองล่วงหน้า) บริการถ่ายภาพ (รวมค่าเช่าชุดฮันบก 4 ชั่วโมง / เครื่องประดับ) – Studio 50,000 KRW / ชั่วโมง / คน – Outdoor 70,000 KRW / ชั่วโมง / คน การเดินทาง: ลงที่สถานี Anguk ทางออก 1 ร้านจะอยู่ตึกด้านหน้าห้องสมุด Jeong-dok Library
10 สถานที่ช้อปปิ้งในโตเกียว บอกแหล่งช้อปปิ้งไม่อั้น พร้อมพิกัดการเดินทาง
พาช้อป
10 สถานที่ช้อปปิ้งในโตเกียว บอกแหล่งช้อปปิ้งไม่อั้น พร้อมพิกัดการเดินทาง
กิจกรรมอะไรที่สาวๆ ชื่นชอบมากที่สุด? เชื่อว่าการช้อปปิ้ง จะต้องเป็นกิจกรรมสุดโปรดของหลายๆ คนเป็นแน่ แต่เดี๋ยวนี้ไม่ใช่แค่ผู้หญิงแล้วนะ เพราะผู้ชายหลายคนก็เข้าร่วมอุดมการณ์นี้แล้วเช่นกัน การไปต่างประเทศทั้งทีมันจะต้องมีวันนึงแหละที่เราจะยกให้การช้อปปิ้ง ไม่ว่าจะเป็นซื้อของให้ตัวเองหรือซื้อของฝาก โตเกียว ประเทศญี่ปุ่นก็เป็นอีกสถานที่ที่คนไทยเรานิยมไปกัน เพราะถ้าพูดถึงเรื่องวัตถุดิบดีๆ หลายอย่างไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า เครื่องสำอาง สกินแคร์ หรือขนมทานเล่นต่างๆ หลายอย่างก็มาจากประเทศญี่ปุ่น ถ้ามีโอกาสได้ไปถึงที่มีหรือจะพลาดช้อปปิ้ง วันนี้เราเลยจะมาแนะนำ สถานที่ช้อปปิ้งในโตเกียว บอกแหล่งช้อปปิ้งไม่อั้น พร้อมพิกัดการเดินทาง ให้สาวๆ หรือหนุ่มๆ ได้ไปตามกัน บอกเลยว่าเยอะมาก ห้ามพลาด! แหล่งไหนเด่นเรื่องอะไรเราเอามารวมไว้ในบทความนี้เรียบร้อยแล้ว 1.ย่าน ฮาราจูกุ (Harajuku) แผนที่:Harajuku เริ่มต้นด้วยสายแฟอย่าง Takeshita Dori ย่าน Harajuku ที่หลายคนน่าจะรู้จักกันเป็นอย่างดีอยู่แล้ว เพราะถ้าพูดถึงฮาราจูกุหลายคนก็คงรู้กันว่าเป็นแหล่งเด็กวัยรุ่นสายฮิป สายแฟ เหมือนกับสยามบ้านเราดีๆ นี่เอง มีทั้งเสื้อผ้า เครื่องประดับให้เลือกสรรมากมาย ใครอยากได้ไอเทม เด็ดๆ เก๋ๆ แนะนำมาที่นี่ก่อนเลยเป็นอันดับแรก พิกัดการเดินทาง: 1. นั่งรถไฟ Yamanote Line ลงสถานี Harajuku เดิน 2 นาที 2. รถไฟใต้ดินนั่ง สาย Chiyoda Line, Fukutoshin Line ลงสถานี Meiji-jingumae เดิน 7 นาที 2.ย่าน ชินจูกุ (Shinjuku) แผนที่:Shinjuku ย่าน Shinjuku เป็นอีกหนึ่งย่านที่ได้รับความนิยมไม่แพ้ ย่าน Harajuku อย่างห้าง Odakyu Shinjuku ใครที่อยากหาของกิน ของฝาก แนะนำให้ลงไปชั้นใต้ดินของห้าง รับรองว่าเดินกันลืมเวลาเลยทีเดียว รอบๆ ห้างก็แน่นไปด้วยร้านเสื้อผ้า ร้านอาหาร ร้านกล้อง ดองกี้ และแวร์เฮ้าส์ ควรเผื่อเวลาให้กับที่นี่ไปเลยหนึ่งวันเพราะถ้าเป็นขาช้อปจริงๆ รับรองว่าอยู่ยาวเพราะของต่างๆ ล้วนยั่วยวนใจชวนให้เข้าไปซื้ออยู่หลายร้านเลยทีเดียว พิกัดการเดินทาง: เดินทางมาลงสถานี Shinjuku เดิน 4 นาที 3.ย่าน ชิบูย่า (Shibuya) แผนที่:Shibuya ย่าน Shibuya ก็เป็นอีกย่านที่ฮอตฮิตไม่แพ้กัน ที่ SHIBUYA 109 หรือจะเรียกว่าเป็น Landmark ที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งเลยก็ว่าได้ เพราะย่านนี้เต็มไปด้วยห้างดังๆ หลายห้างให้เราได้ช้อปกันอย่างจุใจ แต่ที่ที่แนะนำและไม่ให้พลาดเมื่อไป Shibuya ก็คือห้าแยกชิบูย่า ที่ละลานตาเต็มไปด้วยร้านขายของ และคาเฟ่น่ารักๆ สไตล์ญี่ปุ่น พิกัดการเดินทาง: เดิน 5 นาที จากสถานี Shibuya 4.ย่าน อากิฮาบาระ (Akihabara) แผนที่:Akihabara ใครเป็นสาวก BNK48 ขอให้ยกมือขึ้น? บอกเลยว่าต้องไม่พลาด Akihabara เพราะเป็นศูนย์รวมเหล่าโอตาคุที่ชื่นชอบเกม เทคโนโลยีต่างๆ รวมไปถึงการ์ตูน ลิมิเตดที่หาไม่ได้จากที่ไหน แต่สามารถหาได้ที่แหล่งนี้นี่แหละ ใครชื่นชอบเป็นแฟนพันธุ์แท้ตัวจริงรับรองว่าฟิน พิกัดการเดินทาง: เดินจาก สถานี Akihabara 5 5.ย่าน อาเมโยโกะ (Ameyoko) แผนที่:Ameyoko ใครชื่นชอบของถูก ต่อราคาได้แบบเมามันส์แนะนำที่นี่เลยจ้า อาเมโยโกะ (Ameyoko) มีร้านรวงต่างๆ มากถึง 400 ร้าน บรรยากาศง่ายๆ สบายๆ เหมาะสำหรับมาซื้อของจริงๆ ไม่ว่าจะของใช้หรือของฝากที่นี่ก็มีครบ พิกัดการเดินทาง: ลงที่สถานีรถไฟ Ueno 6.ย่าน โอโมเตะซันโด (Omotesando) แผนที่:Omotesando สาวกแบรนด์เนมทั้งหลายฟังทางนี้เพราะนี่แหละคือแหล่งรวมของแบรนด์ทั้งหลาย ย่าน โอโมเตะซันโด (Omotesando) ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ดังๆ อย่าง Dior, Gucci หรือ Louis Vuitton ก็ยกขบวนกันมาครบ เพราะย่านนี้เป็นที่ตั้งของห้างหรูๆ หลายห้าง ทั้ง Omotesando Hills และ Tokyo Plaza ย่านนี้เพิ่งสร้างขึ้นได้ไม่นานนักแต่บอกเลยว่าฮิตไม่แพ้ย่านอื่นๆ แน่นอน พิกัดการเดินทาง: ลงที่สถานีรถไฟ Meiji jingumae 7.ย่าน กินซ่า (Ginza) แผนที่:Ginza หลายคนน่าจะเคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนามกันมาพอสมควรแล้วอย่างย่าน กินซ่า (Ginza) แหล่งรวบรวมของไฮด์เอน ต่างๆ อะพูดได้เลยว่าเป็นแหล่งไฮโซนั่นแหละเพราะฉะนั้นทำใจกับเรื่องราคาได้เลยเพราะสูงกว่าที่อื่นอยู่พอสมควร แต่เดี๋ยวก่อนถึงราคาจะแรงแต่สินค้าของที่นี่เขาก็แตกต่างจากที่อื่นเช่นกัน ของสวยๆ ลิมิเต็ดหลายอย่างมารวมกันอยู่ที่นี่ ใครพอจะมีงบ รับรองว่ามีกระเป๋าฉีกกลับบ้านแน่นอน พิกัดการเดินทาง: ลงที่สถานีรถไฟ Yurakucho หรือสถานีรถไฟใต้ดิน Ginza หรือ Higashi-ginza 8.ย่าน โอไดบะ (Odaiba) แผนที่:Odaiba หุ่นยนตร์กันดั้มตัวโต ด้านหน้า DiverCity เอกลักษณ์ของย่าน โอไดบะ (Odaiba) เรียกได้ว่าเป็นศูนย์รวมห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ แหล่งบันเทิง และสถานที่ท่องเที่ยว ต่างๆ ที่เด็ดๆ ของญี่ปุ่นมารวมกันอยู่ที่โอไดบะ แต่สาวกกันดั้มบอกเลยว่าต้องไม่พลาดเพราะที่นี่เขามี พิพิธภัณฑ์กันดั้ม แฟนพันธุ์แท้กันดั้มทั้งหลายอาจจะอดใจไม่ไหวซื้อกลับกันไปสักชิ้นสองชิ้นเป็นแน่ พิกัดการเดินทาง: ลงที่สถานีรถไฟ Odaiba-kaihinkōen 9.ย่าน รปปงงิ (Roppongi) แผนที่:Roppongi ย่านรปปงงิ (Roppongi) ย่านนี้แนะนำให้มาช่วงกลางคืนรับรองว่านอกจากจะได้ช้อปปิ้งแล้วจะได้ภาพสวยเอาไว้ลงอวดด้วยแน่นอน เพราะตอนกลางคืนเขาจะเปิดไฟสวยงามต้นไม้ต่างๆ เรียกได้ว่าเป็นย่านที่คึกคักในช่วงกลางวันและสีสันในช่วงกลางคืน ย่านนี้จะมีความทันสมัยมากกว่าย่านอื่นๆ แถมยังผสมผสานความอาร์ตเพราะเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ที่สำคัญๆ ถึงสองพิพิธภัณฑ์อย่าง พิพิธภัณฑ์ศิลปะโมริ และพิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งชาติ พิกัดการเดินทาง: ลงที่สถานีรถไฟ Roppongi 10.ย่าน นิฮงบาชิ (Nihonbashi) แผนที่:Nihonbashi สัมผัสการช้อปปิ้งแบบคนญี่ปุ่นดั้งเดิมได้ที่ย่าน ย่าน Nihonbashi เป็นแหล่งยอดนิยมของชาวญี่ปุ่น ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวมากเท่าไรนักทำให้คนไม่พลุกพล่านมาก ใครอยากมาเดินเล่นช้อปปิ้งชิวๆ ไม่ต้องเบียดเสียดกับใครแนะนำย่านนี้เลย แถมเหนื่อยจากการช้อปแล้วยังสามารถเดินเล่นเพื่อนชมสถาปัตยกรรมที่แสนคลาสสิกของ Mitsukoshi Nihonbashi ได้อีกด้วยถือว่าไปทีเดียวดับเบิ้ลได้สองต่อ พิกัดการเดินทาง: เดิน 4 นาที จากสถานี Mitsukoshimae เที่ยวโตเกียว ราคาสุดคุ้ม กับ Tourkrub
10 ของฝากจากออสเตรเลียสุดฮิต !! ไปออสเตรเลียซื้ออะไรดี
พาช้อป
ออสเตรีย
10 ของฝากจากออสเตรเลียสุดฮิต !! ไปออสเตรเลียซื้ออะไรดี
อย่าลืมของฝากพี่ด้วยนะ ไปเที่ยวออสเตรเลียซื้อของฝากอะไรดี? เบื่อไหมกับคำถามพวกนี้ จะไม่ซื้อให้ก็ดูไม่งาม เอาล่ะปัญหานี้จะหมดไปถ้าเรารู้แหล่งซื้อ!! แล้วรู้ว่าอะไรควรซื้อกลับมาเป็นของฝาก วันนี้ ทัวร์ครับ จะพาไปดู ของฝากจากออสเตรเลีย ที่ใครแวะเวียนผ่านไปก็ต้องกลับมาซื้อซ้ำ ชิ้นไหนเด็ด ชิ้นไหนโดน ตัวไหนพลาดไม่ได้ เราได้รวบรวมเอาไว้ให้เพื่อนๆ ประกอบการตัดสินใจเอาไว้แล้วไปดูกันเลย 10 ของฝากออสเตรเลีย 1.ตุ๊กตาโคอาล่า กับจิงโจ้ โอ้โห สัตว์ประจำประเทศขนาดนี้ใครๆ ก็รู้ว่าเพิ่งกลับมาจากออสเตรเลียแน่นอน ถ้านำไปฝากใคร ถ้าเป็นน้องๆ หนูๆ รับรองว่าต้องชอบของฝากจากออสเตรเลียชนิดนี้แน่นอน แล้วตุ๊กตาของเขาก็มีให้เลือกหลากหลายแบบทั้งพวงกุญแจ ตุ๊กตา ปากกา ที่รองแก้ว กระเป๋าผ้า ถ้าจะซื้อฝากผู้ใหญ่อาจจะต้องเลือกแบบให้ดูโตนิดนึง ซึ่งเขาก็มีเลือกหลากหลายไซส์ หลากหลายราคา ตามความต้องการของเราเลยจ้า อีกหนึ่งไอเทมที่น่าซื้อกลับไปฝากแถมพกกลับง่าย แพคลงไปในกระเป๋าได้เลยไม่ยุ่งยาก แถมเอาไปนอนหนุนบนเครื่องขากลับได้อีกด้วยยย 2. ครีมสารพัดประโยชน์อย่าง Lucas papaw อีกหนึ่งไอเทมที่สาวๆ หลงรักอย่าง Lucus’s papaw หรือครีมเนื้อบาล์มสารพัดประโยชน์ สรรพคุณคล้ายๆ กับวาสลีนอะไรทำนองนั้น แต่ความชุ่มชื้นให้ไปเลยเต็ม 100 ใครมีปัญหาปากแตก ตัวแห้ง หัวเข่าดำ โบกตัวนี้ไปเลยจ้ารู้เรื่องตัวนี้มีส่วนผสมจากมะละกอ มีสารปาเปอีน ช่วยฆ่าเชื้อ ยับยั้งการติดเชื้อและรักษาแผล ตอนไปออสเตรเลียครั้งก่อนเราก็เก็บซื้อตุนกลับมาไว้เพียบๆเพราะถูกกว่าสั่งซื้อพรีจากไทย แนะนำซื้อฝากสาวๆ เพราะไม่มีสาวคนไม่รู้จักเจ้าตัวอย่าง Lucus’s papaw แน่นอน เป็นของฝากจากออสเตรเลียอีกชิ้นที่รับรองว่าเจ๋งสุด 3. แมคคาเดเมีย (Macadamia nut) อีกหนึ่งของฝากกินเล่นจากออสเตรเลียที่หลายคนติดใจในรสชาติแล้วนิยมซื้อกลับไปฝากคนที่บ้านกัน ของเขามีให้เลือกหลากหลายรสชาติ หลากหลายแบบทั้ง ออริจินอล น้ำผึ้ง เกลือ หรือวาซาบิ ก็มีมีทั้งแบบแบ่งขายเป็นขีด และแบบกิโล ตามใจเราเลยว่าอยากซื้อเยอะแค่ไหน ถือว่าเป็นของฝากง่ายๆ สำหรับคนที่คิดอะไรไม่ออก อันนี้ก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่สามารถซื้อไปฝากให้กับบ้านใกล้เรือนเคียงได้ เพราะกินได้ทั้งครอบครัว แถมอยู่ได้นานอีกต่างหาก cr.echo.net.au 4.ของฝากขั้นเทพอย่างครีมยี่ห้อ David Jones เป็นสิ่งที่ฮอตฮิตมากๆ สมัยก่อนที่หาซื้อยากเพราะครีมยี่ห้อ David Jones นั้นคุณภาพพรีเมียมจริงๆ แต่ก่อนที่ยังไม่มีเคาเตอร์ในไทย ใครที่ไปออสเตรเลียถึงกับต้องฝากหิ้วกันเลยทีเดียว ด้วยคุณภาพของครีมที่เลื่องชื่อและได้รับการยอมรับว่าใช้แล้วเห็นผลจริงทำให้หลายคนเลือกที่จะไปตำตามกัน ไม่ว่าจะเป็นสารพัดครีม ทาหน้า หรือทาตัว ปัจจุบันก็มีไลน์ใหม่ๆ ออกมาอีกมากมายทั้งเครื่องสำอาง สบู่ หรือแชมพู สามารถหาซื้อได้ที่ห้าง David Jones มาห้างเดียวได้ครบทุกตัวแน่นอน 5.วิตามินอาหารเสริม ไอเทมที่เชื่อว่าหลายคนต้องฝากเพื่อนหิ้วกันบ่อยๆ แน่นอนเพราะวิตามินของที่นี่เขาขึ้นชื่อเรื่องความถูก แถมมีให้เลือกหลากหลายยี่ห้อ ที่บางยี่ก็อาจจะมีขายที่ไทยแหละ แต่เรื่องของราคาก็ต้องยอมให้เขาจริงๆ บางตัวซื้อที่ไทยเป็นพัน แต่ซื้อที่นี่แค่หลักร้อย อ้อ แต่อย่าซื้อเพลินจนลืมดูน้ำหนักกระเป๋าล่ะ เพราะขวดวิตามินก็มีน้ำหนักอยู่พอสมควร ใครตั้งใจไปตุนวิตามินหรือมีเพื่อนฝากซื้อเยอะๆ แนะนำให้เพิ่มน้ำหนักกระเป๋าเดินทางกันเอาไว้ก่อนดีกว่าต้องไปมึนงงหน้าเคาเตอร์กันวันกลับนะ แนะนำให้ซื้อที่ร้าน Chemist Warehouse จะมีวิตามินครบตามที่เราต้องการในราคาย่อมเยาว์แน่นอน ยี่ห้อที่คนส่วนใหญ่นิยมก็จะเป็นพวก Blackmores, Centrum, Swisse, Nature’s Ownหรือ Healthy Care เป็นต้น 6.ไวน์พื้นเมือง มาถึงของฝากของผู้ใหญ่กันบ้าง ใครซื้อไวน์กลับมาให้นี่ฟินเลยนะ ยิ่งเป็นไวน์พื้นเมืองจากไร่องุ่นชื่อดังจาก Yarra Valley ด้วยแล้วล่ะก็คุณภาพไม่ต้องพูดถึง สายไวน์เขารู้กัน แต่ตัวนี้อาจจะต้องไปที่เมืองเมลเบิร์นที่เป็นแหล่งของเขา หรือจะเป็นท้องถิ่นตัวอื่นๆ เขาก็มีให้ลองเทสเตอร์ชิมกันก่อนด้วยนะ ขายตรงกันไปเลย ชอบแบบไหนก็ลองจิ้มเลือกซื้อกลับมาฝากคนที่บ้านกันดู คอไวน์ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง 7.น้ำผึ้งในตำนานอย่าง Manuka Honey ของดีเมืองออสเตรเลียอีกหนึ่งตัวเลยจ้าสำหรับยี่ห้อนี้ที่มีความต่างจากน้ำผึ้งทั่วไปเพราะมีเกลือแร่ และวิตามินมากกว่าน้ำผึ้งทั่วไปมากถึง 4 เท่า แถมยังมีส่วนช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ หรือกินแล้วไม่แก่นั่นแหละ โอ้โหสรรพคุณขนาดนี้กวาดหมดแผงกันไปเลย แถมราคาก็ยังถูกกว่าที่ไทยอีกด้วย ใครชอบกินน้ำผึ้ง ขนมหวานแล้วล่ะก็ ลองกินตัวนี้ดูรับรองว่าได้ทั้งความอร่อย ความหวาน และประโยชน์มากมาย เอาไปทานคู่กับขนมก็ฟินลืม 8.ครีมรกแกะแท้จากออสเตรเลีย พูดถึงครีมรกแกะแน่นอนว่าต้นตำรับของเขาหลายๆ คนน่ารู้ว่ามาจากประเทศออสเตรเลีย แล้วผลลัพธ์ของเจ้าครีมรกแกะนี้ก็ได้ดีผลดีซะด้วย เพราะทำให้หน้านุ่มอิ่มฟู แวะมาเมืองต้นตำรับทั้งทีจะไม่ซื้อกลับไปก็คงเหมือนมาไม่ถึงบ้านเขา ครีมรกแกะมีให้เลือกมากมายหลายยี่ห้อ แต่ถ้าให้พูดถึงยี่ห้อดังๆ ของเขาก็น่าจะเป็น Lavender Placenta Cream ครีมกระปุกสีขาว ตัดสีม่วงอ่อนๆ แพคเกจดูปลอดภัยเป็นมิตรแถมเขายังได้รับการการันตีคุณภาพและเครื่องหมาย Australian Made and Owned อีกด้วยเพราะฉะนั้นมั่นใจได้ว่าปลอดภัย น่าเชื่อถือแน่อน 9.สกินแคร์น้องช้างเมา Drunk Elephant Skin Care เดี๋ยวนะแค่ฟังชื่อแบรนด์ก็ดูแปลกๆ ใช่ไหมแต่ที่มีของชื่อนี้มาจากส่วนผสมของสกินแคร์ที่มาจาก Marula ผมไม้ป่าที่ถ้านำมาหมักจะทำให้เกิดอาการเมาได้ และช้างก็ชอบกินเจ้าผลไม้ชนิดนี้ แต่ตัวสกินแคร์ตัวเด่นของแบรนด์นี้ที่อยากจะแนะนำคือ Virgin Marula Luxury Oil น้ำมันบริสุทธิ์นี้ มีสารต้านอนุมูลอิสระกับตัว C-Firma Day Serum ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่แบรนด์ของออสเตรเลียเอง แต่ก็สามารถหาซื้อได้ที่ Mecca เมืองซิดนีย์ 10.ช้อยส์สุดท้ายยกให้เป็น ขนม ช็อคโกแลตนำเข้าจากประเทศออสเตรเลีย อย่างยี่ห้อ TIMTAM ก็ถือว่าเป็นของฝากจากออสเตรเลียที่หลายคนนิยมซื้อติดไม้ติดมือมาฝากคนที่บ้านกัน ยี่ห้อนี้ถือว่าดังที่สุดในออสเตรเลียเลยก็ว่าได้ ถึงแม้ว่าบ้านเราจะนำเข้ามาขายแล้วแต่ที่ออสเตรเลียแหล่งต้นกำเนิดของเขาก็มีหลายรสชาติให้เราเลือก บางรสชาติก็ไม่มีขายในไทยอีกด้วยนะ รู้อย่างนี้แล้วก็ตุนสิจ๊ะ รออะไร อ้อหรือจะเป็นพวกขนมกรุบกรอบของเขาก็อร่อยนะ เช่น Arnott’s Shapes รสชาติอาจจะคล้ายๆ กับเลย์บ้านเรา หรือจะเป็น Vegemite สัญลักษณ์แท้ๆ ของออสเตรเลีย สามารถเอาจิ้มกับขนมปังกินได้ รับรองว่าจะติดใจ ใครที่ยังเที่ยวไม่จุใจ ลองมา ตะลุย 5 เมืองยอดฮิตใน “ออสเตรเลีย” เมืองน่าเที่ยว กันต่อได้เลยครับ หรือสนใจ ทัวร์ออสเตรเลีย ราคาสุดคุ้ม ก็สามารถจองกับทัวร์ครับได้ ที่นี่ เลย
8 ของฝากนิวซีแลนด์ไม่หิ้วกลับถือว่าไม่พลาด
พาช้อป
8 ของฝากนิวซีแลนด์ไม่หิ้วกลับถือว่าไม่พลาด
สิ่งที่เราควรเตรียมตัวไปให้ดีก่อนไปเหยียบนิวซีแลนด์นอกจากข้อมูลพื้นฐานที่เราต้องรู้กันอยู่แล้วของนิวซีแลนด์นั่นก็คือซื้ออะไรกลับมาเป็นของฝากดี ไปทั้งทีตุนอะไรกลับมาดี ยิ่งคุณผู้หญิงทั้งหลายยิ่งต้องจดลิสต์กันไว้ก่อนเลยจะได้ไม่พลาดเมื่อไปถึงที่หมาย จะมีอะไรกันบ้างที่ไม่ควรพลาดนั้นไปดูกันเลย ดูแพ็คเกจทัวร์นิวซีแลนด์ได้ที่นี่ คลิก ! 1.ครีมรกแกะ ครีมหน้าเด็ก ของฝากตลอดกาล ยืนหนึ่งมาตลอดหลายปีที่ผ่าน เป็นของฝากยอดฮิตจากประเทศนิวซีแลนด์ โดยเฉพาะสาวๆ ผู้ชื่นชอบดูแลตัวเองยิ่งต้องเลิฟเจ้าครีมรกแกะแน่ๆเพราะด้วยคุณสมบัติของครีมรกแกะที่ช่วยทั้งผลัดเซลล์ผิวเก่า ฟื้นฟูสภาพเซลล์ผิวใหม่ ช่วยลดรอยสิว จุดด่างดำ ป้องกันริ้วรอย ทำให้ผิวที่ดูอ่อนเยาว์กว่าวัยซึ่งทำให้ครีมรกแกะเหมาะสมกับเป็นของฝากนิวซีแลนด์ ใครไม่อยากหน้าแก่ อยากมีผิวนุ่มเหมือนผิวเด็กละก็ครีมรกแกะคือคำตอบเลยจ้ส เพราะเจ้ารกแกะตัวนี้เป็นโปรตีนบริสุทธิ์ 100% ที่สามารถดูดซึมเข้าไปในผิวของเราได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่หลายคนการันตีว่าดีจริง! อ้อไม่ใช่แค่สาวๆ เท่านั้นนะที่ใช้ได้ เพราะคุณผู้ชายทั้งก็สามารถซื้อกลับไปใช้ได้เช่นกัน ยี่ห้อที่จะแนะนำขอเป็นแหล่งผลิตจากนิวซีแลนด์โดยเฉพาะไม่มั่วนิ่ม เช่น ยี่ห้อ ครีมรกแกะ Merino Placenta Cream หรือ JC New Zealand ก็ถือว่าเป็นแบรนด์ยอดฮิตของชาวไทยหลายคน 2.น้ำผึ้งมานูก้า ประเทศนิวซีแลนด์แน่นอนว่ามาประเทศนิวซีแลนด์แล้วต้องได้น้ำผึ้งกลับไปเพราะว่าน้ำผึ้งประเทศนิวซีแลนด์ขึ้นชื่อว่ามีคุณภาพที่ดีที่สุดเป็นน้ำผึ้ง 100% น้ำผึ้งมานูก้านั้นได้ชื่อว่าราชินีน้ำผึ้งเลยก็ว่าได้เพราะฉะนั้นจึงเหมาะสมกับเป็นของฝากอย่างมาก ยิ่งกว่าไปกว่านั้นน้ำผึ้งมานูก้ายังได้รับการยืนยันว่าเป็นน้ำผึ้งที่มีประโยชน์มากที่สุดในโลกอีกด้วย เพราะมีสรรพคุณที่คล้ายคลึงกับยาทำให้ได้รับฉายาว่าเป็น “สมบัติแห่งการรักษาที่น่าอัศจรรย์” สาเหตุที่เป็นของฝากยอดฮิตของนิวซีแลนด์ก็เพราะตัวน้ำผึ้งได้จาก ผึ้งที่ผสมเกสรให้กับต้นมานูก้า ซึ่งเป็นพืชพื้นเมืองของประเทศนิวซีแลนด์ จึงเปรียบเสมือนว่านิวซีแลนด์เป็นประเทศต้นตำรับของน้ำมานูก้าเลยก็ว่าได้ เพราะฉะนั้นใครผ่านไปนิวซีแลนด์ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงนะจ๊ะ 3.ไวน์ เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ประเทศนิวซีแลนด์มาแล้วต้องซื้อกลับไปฝากหรือจะตุนไว้กินเองก็ได้นะ สำหรับคอไวน์ทั้งหลายเพราะว่าไวน์ของที่นี่มีคุณภาพและยังมีชื่อเสียงอีกด้วย ถึงแม้ว่าปัจจุบันหลายประเทศจะบ่มไวน์ได้เองหมดแล้ว แต่รสชาติของแต่ละที่นี่ก็จะแตกต่างกันไปตามรสนิยม และภูมิอากาศ ประเทศนิวซีแลนด์ก็ถือว่าเป็นประเทศที่มีไวน์ดังอยู่หลายต่อหลายตัว ไวน์ที่เป็นที่นิยมที่มีรสชาติยอดเยี่ยมของที่นี่นั้นมาจากเมืองมัลบรา ซึ่งถูกขนานนามว่า สวรรค์ของไวน์ นั้นทำให้ไวน์เป็นที่นิยมซื้อเป็นของฝาก ใครผ่านมาเมืองนี้อย่าลืมแวะไปชิมรสชาติของไวน์กัน ดีไม่ดีอาจติดใจจนไม่อยากดื่มไวน์ของประเทศอื่นเลยก็ได้นะ cr.http://www.teerapat.com 4.ช็อคโกแลต Whittaker’s Chocolate เป็นของฝากที่นิยมอย่างมากเพราะว่าช็อคโกแลตนิวซีแลนด์เป็นที่โด่งดังอย่างมากไม่ว่าใครได้ไปเที่ยวนิวซีแลนด์ต้องหยิบเจ้าช็อคโกแลตยี่ห้อนี้กลับไปฝากทุกราย ช็อคโกแลตนี่ถือเป็นของฝากสุดคลาสสิคของหลายๆ ประเทศ ถ้านึกอะไรไม่ออกก็หยิบเจ้าช็อคโกแลตแสนอร่อยนี้กลับไปเป็นของฝากดูสิ อ้อแต่อย่างที่บอกครับว่าถึงแม้ว่าหลายประเทศจะมีช็อคโกแลตเป็นของฝากอันดับต้นๆ แต่รสชาติของแต่ละยี่ห้อเขาก็ไม่เหมือนกัน ถึงแม้จะเป็นช็อคโกแลตเหมือนกันก็ตาม อันนี้ก็ต้องอยู่ที่รสนิยมของคนกินแล้วล่ะว่าชอบช็อคโกแลตแบบเข้ม แบบอ่อน หวานน้อย หวานมาก ลองเลือกสรรกันดู 5.หยกนิวซีแลนด์ เหมาะสำหรับคนที่ชื่นชอบหยกอย่างมากเป็นอีกหนึ่งไอเทมที่เหล่านักช็อปชื่นชอบเอามาเป็นของฝาก หยกนิวซีแลนด์ต้องมาจากทางใต้ของประเทศนิวซีแลนด์ หรืออีกชื่อนึงว่า Pounamu เป็นของพื้นเมืองของชาวเมารี ชนเผ่าพื้นเมืองของนิวซีแลนด์ โดดเด่นมีเอกลักษณ์ นำมาแกะสลักเป็นจี้สร้อยคอลวดลายต่างๆ ที่บ่งบอกถึงความเป็นมา นั้นทำให้เหมาะสมกับเป็นของฝากจากประเทศนิวซีแลนด์ ยิ่งไปกว่านั้นลวดลายในหยกนิวซีแลนด์ยังมีความหมายแฝงอยู่อีกด้วย ยกตัวอย่างเช่นลาย Koru หรือลายยอดใบเฟิร์น ลายนี้มีความหมายว่า “การเติบโต และการมีชีวิตใหม่” จึงนิยมซื้อเป็นของฝากให้แก่พ่อแม่มือใหม่ เป็นของรับขวัญเด็กเกิดใหม่ หรือเปิดกิจการใหม่ ให้เต็มไปด้วยความโชคดี สำเร็จและก้าวหน้า อะไรทำนองนั้น หรืออีกลายที่เป็นที่ยมเหมือนกันก็คือลาย Single Twist ลายนี้เหมาะกับให้คู่รัก เพราะสื่อได้ถึงความห่วงใยที่คนรักมีให้ต่อกัน สำหรับใครที่เล็งซื้อของฝากเป็นหยกก็ลองดูความหมายของลายเพิ่มเติมจะได้เป็นของฝากที่มีความหมายแฝงแอบลึกซึ้งเหมือนกันนะเนี่ย 6.ผ้าขนแกะ ประเทศนิวซีแลนด์ขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่เลี้ยงแกะเยอะมาก มันก็คงไม่แปลกมากนักที่จะมีผลิตภัณฑ์จากแกะนั้นทำให้ขนแกะเป็นอีกสินค้าที่น่าซื้อกลับไปฝากครอบครัว แล้วผ้าขนแกะดีกว่าผ้าแบบอื่นยังไง ที่จริงแล้วผ้าขนแกะเหมาะที่จะให้ความอบอุ่นกับประเทศแถบหนาว แต่ในไทยเขาก็นิยมนำมาตัดสูท เพราะมีคุณสมบัติเด่นๆ หลายอย่างทั้งเรื่องความยืดหยุ่น และไม่ยับง่าย ใส่แล้วเข้ารูปสวยงาม นอกจากนั้นยังสามารถเอาไปทำเสื้อผ้า ผ้าพันคอ ถุงมือ หมวก ผ้าห่ม หรืออุปกรณ์กันหนาวต่างๆ ได้ดีอีกด้วย 7.ตุ๊กตานกกีวี่ เป็นของฝากที่ต้องซื้อจริงๆเพราะเป็นสัญลักษณ์ของประเทศนิวซีแลนด์ที่ทำให้กลับไปแล้วต้องนึกถึงประเทศนิวซีแลนด์ทันที บวกกับความน่ารักของนกกีวี่แล้วทำให้หลายๆคนนำเจ้าตุ๊กตานกกีวี่ตัวนี้กลับไปเป็นของฝากไม่ว่าจะเป็นตัวใหญ่หรือพ่วงกุญแจอีกทั้งยังมีหลากหลายแบบให้เลือกอีกด้วย 8.เครื่องประดับ ถ้าพูดถึงเครื่องประดับในประเทศนิวซีแลนด์นั้นต้องเป็นเครื่องประดับจากหอยเป๋าฮื้อ เป็นเครื่องประดับเก๋ๆ สีสันวิบวับซ่อนอยู่ในเนื้อสีเงินเงาๆ เชื่อว่าสาวๆ ถ้าได้เห็นจะต้องชื่นชอบเป็นอย่างมาก หอยเป๋าฮื้อในประเทศนิวซีแลนด์เป็นอีกหนึ่งที่เป็นนิยมเป็นของฝากเก๋ๆได้ไม่ว่าจะเป็นสร้อยคอ สร้อยข้อมือ ต่างหู แหวน หรือเข็มกลัด แนะนำคุณผู้ชายทั้งหลายถ้าอยากหาซื้อของกลับไปฝากแฟนหรือคนที่แอบชอบละก็ หอยเป๋าฮื้อนิวซีแลนด์ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งของฝากที่น่าสนใจ สดชื่นทั้งผู้ให้ และผู้รับแน่นอนครับ ดูทัวร์นิวซีแลนด์กับทัวร์ครับได้เลย ที่นี่ เริ่มต้นเพียง 49,999 บาท
รวมฮิต 10 ของฝากน่าซื้อที่พม่า ธรรมดาแต่ว้าวแน่
พาช้อป
รวมฮิต 10 ของฝากน่าซื้อที่พม่า ธรรมดาแต่ว้าวแน่
1. ทานาคา ของฝากพม่า ไม่ซื้อถือว่ามาไม่ถึง ของฝากพม่ายอดฮิตตลอดปี ไม่ว่าใครๆที่ไปเที่ยวพม่าจะต้องซื้อ คือแป้งทานาคา นั่นเองครับ ซึ่งถ้าหากเราไปเที่ยวพม่าเราก็จะเห็นเลยว่า สาวๆ ไม่ว่าจะเด็กน้อย หรือคนสูงอายุก็จะประทานาคาเต็มใบหน้าเลยทีเดียว ด้วยคุณสมบัติของมันที่คุมมัน เหมาะกับสภาพอากาศแล้ว ยังช่วยลดสิว ลดผดผื่นคัน ที่สำคัญยังช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ และบอกเลยว่าราคาถูกมว๊าก! ประมาณหลักสิบต้นๆ เองครับ ต้องซื้อแล้วล่ะแบบนี้! 2.ของฝากพม่า ผ้าถุง / โสร่งพม่า ของฝากชิ้นนี้ ถ้าซื้อติดไม้ติดมือไปฝากผู้หลักผู้ใหญ่น่าจะยิ้มหน้าบานกันเป็นแถวๆ เพราะผ้าถุงพม่ามีสีสันที่สดใส สวยงาม มีการทอลายที่สวย เส้นด้ายเรียงตัวกันสวยและปราณีตมากๆ ส่วนโสร่งนั้นเป็นเอกลักษณ์ของหนุ่มๆ พม่าเลย เราก็ซื้อมาเป็นที่ระลึกสักหน่อยก็ได้ ราคาก็ถูกมากด้วยนะครับ ทั้งผ้าถุงและโสร่ง เริ่มต้นที่ประมาณ 50 บาทเท่านั้นเอง 3. ของฝากพม่า หยกพม่า ใครที่ชอบเครื่องประดับ และเป็นคนที่ทำอาชีพค้าขาย คงรู้สรรพคุณของหยกดีอยู่แล้ว และบอกเลยว่าหยกพม่านี่มีความงดงามไม่แพ้ที่ไหนเลยล่ะ ราคามีตั้งแต่หลักสิบ จนไปถึงหลักพันเลย มีทั้งแบบเป็นกำไลข้อมือ เป็นสร้อยคอ เป็นจี้ หรือจะเป็นชิ้นใหญ่ๆ ไว้ตกแต่งบ้านเลยก็มีเช่นกัน แหล่งซื้อหยกหลักๆ เลยก็คือที่ตลาดสก็อต มีให้เลือกหลากหลายร้านเลยล่ะครับ 4. ชาพม่า ของฝากพม่า ยอดนิยม มันหอมมาก! 3 คำนี้คือคำนิยามของชาพม่าเลยครับ เป็นชานมรสชาติกลมกล่อม หอม มัน และไม่หวานจนเกินไป ชงทานแบบไม่ใส่น้ำแข็งกำลังพอดี หรือหากใครอยากทานแบบเย็นก็เติมน้ำตาล หรือน้ำเชื่อมลงไปสักนิดเพื่อเพิ่มความหวานและไม่ให้รสมันจาง บอกเลยว่าเป็นของฝากที่ต้องซื้อนะครับ สนนราคาอยู่ที่ห่อละประมาณ 35 บาท ถ้าซื้อเยอะลดได้อีกด้วยเอ้า! 5. กาแฟพม่า มีชาแล้ว ก็ต้องมีกาแฟครับ เพราะมันเป็นของคู่กัน ซึ่งกาแฟของพม่าก็คล้ายๆ ชาเลยครับ รสชาติเน้นความหอม (หอมมากเช่นกัน) มัน และหวานกำลังพอดี เน้นทานเป็นกาแฟร้อนมากกว่ากาแฟเย็น ส่วนราคาก็เท่ากับชาเลยครับ คือห่อละ 35 บาท มี 10 ซอง บางร้านให้ซื้อรวมกันได้ด้วย งั้นก็จัดไปอย่าให้เสีย! 6. ของฝากพม่า ขนมขบเคี้ยว พวกคอ Snack ทั้งหลาย ต้องว้าวแน่นอน เพราะขนมขบเคี้ยวของพม่านี่ทานเพลินจนลืมอ้วนไปเลยครับ ที่เด็ดๆ ก็จะมีถั่วตัด และขนมตุ๊บตั๊บ เคี้ยวเพลิน รสชาติหวานมันกลมกล่อมสุดๆ ลองได้ทานสักชิ้นบอกเลยว่าจะติดใจมากๆ จนวางไม่ลงเลยทีเดียว ถ้าใครมาสายของหวาน ไม่กลัวอ้วนก็อย่าลืมซื้อมาตุนเยอะๆ นะครับ ห่อละ 20 - 30 บาทเอง! 7. บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ของฝากจากพม่า ใช่ครับ! เพื่อนๆ อ่านไม่ผิด บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่พม่านี่แหละคือของแรร์ไอเท็มที่สมควรซื้ออย่างยิ่ง โดยเฉพาะใครที่เป็นสายเกา และอินเลิฟกับการกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปของเกาหลี (อันที่เผ็ดๆ นั่นแหละ) เพราะบอกเลยว่า มันถูกมากจริงๆ! ในไทยเราขายกันซองละ 50 - 70 บาท แต่ที่พม่าขายกัน 20 - 40 บาทเท่านั้น คือจะถูกไปไหนเนี่ยยยย 8. ของฝากพม่า งานฝีมือ ที่พม่าขึ้นชื่อเรื่องของ Handmade เหมือนกันนะครับ พวกกระเป๋าใบเล็กๆ ที่เหมาะจะซื้อเป็นของฝากจำนวนเยอะๆ หรือพวกผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดมือ ก็น่าสนใจทีเดียว หรือหากใครชอบชิ้นใหญ่ๆ ก็ยังมีเป็นพวกแก้ว ไห เหยือกน้ำต่างๆ ให้เลือกได้อีก สามารถซื้อไปใช้เอง ซื้อไปตกแต่งบ้าน หรือซื้อไปเป็นของฝากได้เลย แถมราคาก็ยังถูกมากด้วย มีตั้งแต่ไม่ถึง 10 บาท จนหลายร้อยเลย 9. พระบูชา ของฝากจากพม่าสุดขลัง แน่นอนว่ามาพม่า หลักๆ ก็คงจะมาไหว้พระกัน และแต่ละวัดก็มีพระให้บูชาแตกต่างกันไป เพราะฉะนั้นนี่แหละครับน่าจะเป็นของฝากที่ผู้รับน่าจะถูกใจที่สุด เพราะเสมือนว่าได้บูชา และได้ทำบุญไปด้วยโดยที่ไม่ต้องเดินทางมาเอง ซึ่งแต่ละวัดก็จะมีตลาด หรือร้านที่ให้เราสามารถเข้าไปเลือกซื้อ หรือบูชาอยู่ และมีด้วยกันหลากหลายเลยครับ ทั้งจี้เอย ทั้งพระองค์เล็กๆ หรือแบบแขวนที่หน้ารถ สามารถเลือกได้ตามสะดวก และควักจ่ายง่ายด้วย เพราะราคาเริ่มต้นเพียง 20 บาทเท่านั้น! 10.ของฝากพม่า บุหรี่ อย่าเพิ่งทำหน้าแบบนั้นครับ ทางเราไม่ได้มาแนะนำอบายมุขแต่อย่างใด แต่แค่อยากเล่าให้ฟังเฉยๆ ว่าบุหรี่ที่พม่าคือ ถูกเว่อร์! ด้วยเพราะภาษีของเค้าไม่แพง ทำให้เค้าสามารถขายบุหรี่รสบลูเบอรี่ยี่ห้อดังในราคาซองละ 40 บาทเท่านั้น! หรือหากใครเป็นสิงห์นักสูบอยากลองบุหรี่ยี่ห้อของพม่าเองก็เริ่มต้นเบาๆ ที่ซองละ 5 บาทไปเลย แต่ๆ ถ้าจะซื้อติดไม้ติดมือกลับมาไทยก็ระวังนิดนึง เพราะซื้อได้ไม่เกิน 2 คอตตอนนะครับ และนี่ก็เป็น 10 ของฝากจากแดนพม่า ที่เราอยากแนะนำให้ทุกคนซื้อกลับมากัน หลังจากไปเที่ยวพม่า ถึงหลายๆ อย่างจะมีในไทยเราก็เหอะ แต่ก็ราคาถูกกว่าที่ไทยมากโขทีเดียวครับ ไปทั้งทีก็ซื้อกลับมาตุนไว้เลย จัดไปอย่าให้เสีย!
เที่ยวดูไบซื้อไรดี ? 10 ของฝากจาก “ดูไบ” รับรองไม่ผิดหวัง
พาช้อป
เที่ยวดูไบซื้อไรดี ? 10 ของฝากจาก “ดูไบ” รับรองไม่ผิดหวัง
ไปต่างประเทศทั้งทีขากลับก็ต้องมีของฝากติดไม้ติดมือกันมาเป็นเรื่องธรรมดา เหมือนไปบางแสนต้องซื้อข้าวหลามหนองมนต์ไปเกาหลีก็อาจจะเป็นสตรอว์เบอร์รี่ลูกโตๆ แต่ถ้าเป็น ดูไบ (Dubai)เมืองมหาเศรษฐีแบบนี้ล่ะเขาซื้ออะไรมาฝากกัน มาดูของฝากจากดูไบกันเลย 1. ช็อคโกแลต ที่ใส่ถั่วต่างฯ อาทิ อัลมอนด์ เม็ดมะม่วงหิมพานต์,พิตาชิโอ้, ถั่วลิสง และอื่นฯ อ่าวงงล่ะสิที่ไหนก็มีไหมล่ะช็อคโกแลตที่ใส่ถั่ว Chocodate หรือช็อคโกแลตกับอินทผลัม นั่นเอง ไม่ต้องงงว่ามันกินได้จริงๆ เหรอ ได้จริงๆครับ รับรองว่าเป็นของฝากจากดูไบที่อร่อยถูกใจหลายๆคนแน่นอน เคี้ยวนุ่มสะดุดกรุบๆ หอมมันส์ ช็อคโกแลตเข้มข้น ไม่หวานมาก แต่ได้ความนุ่มหวานจากอินทผลัม ถ้าไปในแหล่งของที่ระลึกจะมีให้เลือกหลากหลายแบบมากๆแพคเกจจิ้งสวยๆ มีให้เลือกสรรมากมายอยากได้แบบไหนหยิบไปได้เลยย แอบเตือนว่าอาจจะเผลอแกะกินเองก่อนถึงมือผู้รับ 5555 แนะนำให้ลองซื้อมากินเองด้วยยรับรองว่าอร่อยถูกปากชาวไทยอย่างเราๆ แน่นอนน cr.https://www.lifull-produk.id 2. โหลประดับทราย ของฝากน่ารักๆ จากดูไบเป็นที่ระลึกเป็นโหลแก้วจากทรายที่ตกแต่งมากกว่า 7 สี ราคาอาจจะสูงนิดนึงเพราะเป็นงานฝีมือ มีความประณีตกว่าจะได้แต่ละใบนั้นใช้เวลานานพอสมควร สามารถนำกลับไปตกแต่งที่บ้านได้เพื่อเป็นที่ระลึกว่าครั้งหนึ่งเคยมาดูไบของฝากจากดูไบที่บ่งบอกความเป็นดูไบได้ดีทีเดียว 3. ทองดูไบ ใครไปเที่ยวดูไบก็จะมีเสียงจากเพื่อนมาตลอดว่าอย่าลืมซื้อทองกลับมาฝากล่ะ ใช่ครับที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องทองมากๆ เพราะที่นี่เขามีตลาดทองคำปลอดภาษี โอ้โหสมกับเป็นเมืองร่ำรวยขนานแท้ ถ้าถามว่าจะไป ช้อปปิ้งที่ไหนดี ต้องที่ DEIRA GOLD SOUK ตลาดทองคำปลอดภาษี คุณภาพดี ราคาดีที่สุดในดูไบ และเป็นตลาดทองรูปพรรณที่ใหญ่ที่สุดในตะวันออกกลาง เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่แนะนำสำหรับคนที่อยากมาดูทอง 4. น้ำหอมของฝากจากดูไบ รู้กันอยู่แล้วว่าน้ำหอมแนวแขกๆจะมีกลิ่นหอมยั่วยวนชวนหลงใหลสาวๆหลายคนติดใจจนสั่งพรีออเดอร์กันมาถึงที่ไทย แต่เราจะไปถึงถิ่นเขาทั้งทีจะไม่ซื้อก็ยังไงอยู่หากหนุ่มๆ คนไหนอยากหาของฝากให้แฟนสาวแนะนำเป็นน้ำหอมดูไบ หอมมาก หอมนาน หอมจริง ความพิเศษของน้ำหอมนี้คือปราศจากแอลกอฮอล์ และได้ส่วนผสมจะมาจากธรรมชาติ ซึ่งมีกลิ่นให้เลือกมากมาย แพคเกจจิ้งก็หรูหรา สวยงาม อลังการ สมกับเป็นดูไบ ถูกใจสาวๆ แน่นอน สามารถหาซื้อได้ตามห้างสรรพสินค้าทั่วไปในดูไบ เลือกตามกลิ่นที่ถูกจริตของเราได้เลย 5. น้ำมันหอมระเหยเปลือกไม้ เป็นกลิ่นที่เราจะได้กลิ่นอยู่ตลอดอยู่แล้วหากได้มาเที่ยวที่ดูไบ ลองซื้อกลับไปใช้เองที่บ้านเพื่อระลึกถึงว่าเคยมาดูไบก็ดีเพราะกลิ่นของเขาไม่ฉุนจัดจนเวียนหัวเราจะได้สัมผัสกับกลิ่นหอมที่มีกลิ่นอายของความดั้งเดิมความคลาสสิคของเมืองดูไบที่อยู่ในรูปแบบของ น้ำมันดอกไม้ โดยมันจะมีกลิ่นออกมาจากเปลือกไม้ที่อยู่ในกล่องแกะสลักสวยงามหรืออยากได้แพคเกจแบบไหนก็สามารถเลือกได้ตามใจชอบมีแต่ของสวยๆสมฐานะดูไบเขาล่ะ 6. ผ้าคลุมไหล่พัชมีนา (Pashmina shawl) สามารถนำมาใช้ห่มคลุมได้ มีลวดลายมากมายที่จัดทำขึ้นอย่างประณีต สวยงามหลายผืนมากๆ ตัวเรายังอยากซื้อเก็บไว้หลายๆ ผืนเอาไว้คลุมกันแดดก็ดีแถมเก๋อีกต่างหาก และสามารถเป็นของแทนใจให้กับแฟนสาว หรือเพื่อนผู้หญิงได้หรือคุณผู้หญิงคนไหนอยากได้มาเป็นของฝากให้ตัวเองก็เป็นไอเดียที่ดีเพราะสามารถนำผ้าพันคอมาติดตัวเวลาไปมัสยิดได้ ขณะท่องเที่ยวที่ดูไบเพราะที่นี่เขาเคร่งเรื่องการแต่งตัวของผู้หญิงอยู่พอสมควร แนะนำให้ดูรีวิวไปคร่าวๆ จะได้สบายใจทั้งเขาและเราน้า 7. ช็อคโกแลตนมอูฐ ฟังไม่ผิดหรอกครับผม ช็อคโกแลตนมอูฐจริงๆขึ้นชื่อได้ว่าเป็นเจ้าแรกของโลกเลยนะเออเป็นไงอยากลองชิมแล้วใช่มั้ยล่ะ นมอูฐเนี่ยอุดมไปด้วยวิตามินซีที่มีมากกว่านมวัวถึง 5 เท่าแถมยังมีอินซูลินมากกว่า แต่มีไขมันและแลคโตสน้อยกว่า ชาวดูไบจึงนิยมดื่มนมอูฐมากกว่านมวัว แล้วเจ้าตัวช็อคโกแลตทั้งหมดก็ทำมาจากนมอูฐ ไม่ใส่สารกันเสียหรือใส่สารเคมีใดๆ มีส่วนผสมหลากหลายให้เลือก ใครอยากทานรสไหนชอบรสไหนเลือกได้ตามใจชอบเลยยยย cr.https://www.joigifts.com 8. สบู่นมอูฐ มีนม มีช็อคโกแลตแล้วก็ต้องมี สบู่นมอูฐ เอาล่ะก็ที่นี่เขาเป็นประเทศทะเลทรายสัตว์ส่วนใหญ่ก็เป็นอูฐไม่แปลกที่เขาจะใช้ผลิตภัณฑ์จากอูฐเป็นส่วนมาก เจ้าตัวสบู่นมอูฐนี้เป็นสบู่แฮนด์เมดที่มีส่วนผสมจากนมอูฐและส่วนผสมจากธรรมชาติมากมาย ช่วยให้ผิวสุขภาพดี มีความชุ่มชื้น แลดูกระจ่างใส เรียบเนียน คำเคลมคล้ายสบู่ทั่วไป แต่จะเป็นอารมณ์สปาบำบัดแนวผลิตภัณฑ์ธรรมชาติมากกว่า 9. อินทผาลัม ผลไม้มหัศจรรย์ของฝากจากดูไบ เหมือนเราไปเกาหลีแล้วไกด์ให้ซื้อสตรอว์เบอร์รี่ลูกโตๆ ที่นี่ก็เช่นกันแต่เป็นอินทผาลัม เพราะเจ้าอินทผาลัมเจริญเติบโตได้ดีในภูมิภาคที่มีอากาศร้อนและแห้งแล้ง แบบทะเลทราย ดูไบก็เป็นหนึ่งในนั้นเช่นกันแถมประโยชน์ของเจ้าตัวนี้ก็ยังอัดแน่นไปด้วยคุณประโยชน์ทั้ง มีส่วนช่วยป้องกันมะเร็งในช่องท้อง ช่วยบำรุงร่างกาย แก้โรควิงเวียนศีรษะ แก้กระหาย ช่วยลดเสมหะภายในลำคอ และยังจากรายงานการวิจัยในประเทศซาอุดีอาระเบีย พบว่าอินทผาลัมสามารถช่วยทำให้กระเพาะอาหารแข็งแรง เหมาะกับการซื้อไปฝากผู้ใหญ่หลายๆ ท่าน ผลไม้ชนิดนี้ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดูดี แถมมีประโยชน์สุดๆ ไปเลยจ้า 10. ถั่วต่างๆ เมืองแขกก็ต้องมีถั่วเป็นของคู่กันไปแล้วรึเปล่านะ 555 แต่ของฝากขนมต่างๆของที่นี่ส่วนใหญ่ก็จะเป็นพวกถั่วอย่าง CrunchOs ถั่วค็อกเทลอบเกลือประกอบด้วยอัลมอนด์ ถั่วลิสงและเม็ดมะม่วงพิมพานต์ 1 ถุง มีเยอะมาก รสหนักเค็ม หรือจะเป็นถั่วแมคคาดาเมียอบเกลือถุงใหญ่ ถั่วแมคคาเดียกรอบๆมันๆ ปรุงรสได้เค็มกำลังดีบรรจุในถุงซิปล็อค กินได้นานเก็บได้นานเหมาะกับเอามาฝากเด็กๆ เคี้ยวกันไปเพลินๆ ราคาไม่แรงมากเป็นของฝากน่ารักๆ ได้อีกอย่างหนึ่ง หากใครที่สนใจไปเที่ยว ทัวร์ดูไบ สามารถดูแพ็กเกจทัวร์ได้ ที่นี่ >>https://tourkrub.co/dubai-tour
อัพเดทล่าสุด! ไปฮ่องกงรอบนี้ ซื้ออะไรกลับมาดีนะ ?
พาช้อป
อัพเดทล่าสุด! ไปฮ่องกงรอบนี้ ซื้ออะไรกลับมาดีนะ ?
ซึ่งเวลาไปบ่อยๆ แล้วเนี่ย ของที่ซื้อกลับมาก็เริ่มจะซ้ำๆ เดิมๆ แล้ว ทั้งของของตัวเอง ทั้งของฝาก ใช่ไหมล่ะครับ ? วันนี้ ทัวร์ครับ จะมาปิดประตูความน่าเบื่อกัน กับของฝากจาก​ฮ่องกง อัพเดทล่าสุด ว่าไปถึงที่นู่นแล้ว เราควรซื้ออะไรกลับมาบ้าง ??? 1.ทาร์ตไข่ ร้าน Tai Choeng Bakery แผนที่ :Tai Choeng Bakery หลายคนอ่านแล้วอาจจะ เอ๊ะ?? ทาร์ตไข่เนี่ยนะ?? มันเอากลับมาได้จริงๆ หรอ?? ขอบอกว่า ได้ครับ !!! เพราะเราเคยหิ้วกลับมาแล้ววว สำหรับทาร์ตไข่ร้านนี้เป็นร้านชื่อดังของฮ่องกงเลยทีเดียว คนต่อคิวซื้อกันเพียบ มีให้เลือกทั้งแบบ Original, Cheese, Caramel และอื่นๆ ตัวแป้งจะมีความกรุบกรอบ ได้ texture แบบแน่นๆ ไม่เหมือนทาร์ตไข่แป้งบางๆ บ้านเรานะครับ ส่วนตัวไส้บอกเลยว่าหวานหอมมากๆ แนะนำว่าให้ซื้อวันสุดท้ายก่อนไปสนามบินครับ รับรองว่าหิ้วไปเป็นของฝากใครมีแต่คนถูกใจแน่นอน 2.คุกกี้ ร้าน Jenny Bakery แผนที่ :Mirador Mansion ร้านตั้งอยู่ที่ชั้น 2 ของตึก Mirador Mansion ในย่าน Tsim sha tsui ขอบอกว่าไปถึงแล้วจะตกใจกับคิวที่เห็น เพราะมันยาวมากๆ ยืนรอกันเกือบชั่วโมงเลยทีเดียว คุกกี้ที่นี่จะเป็นคุกกี้นมเนย ที่นอกจากรส Original แล้ว ยังมีรสช็อกโกแล็ต และกาแฟ อีกด้วย บรรจุมาในกล่องเหล็กน่ารักๆ เหมาะกับการเป็นของฝากของขวัญสุดๆ และอีกหนึ่งเมนูทีเด็ดที่เราขอแนะนำเป็นพิเศษคือ Almond Flakes เป็นคุกกี้บางๆ ผสมอัลมอนด์ ที่บอกเลยว่า อร่อยมากก ทานแล้วหยุดไม่ได้จริงๆ ครับ 3.เครื่องดื่มในร้านสะดวกซื้อ ใช่ครับ !!! เครื่องดื่มตามร้านสะดวกซื้อนี่แหละ ที่เป็น Item ลับสุดยอด ทีเด็ดจริงๆ มีให้เลือกหลากหลาย ทั้งชานมไต้หวันยี่ห้อดัง, น้ำเปล่ารสชานม อิมพอร์ตจากญี่ปุ่น, ชารสพีช รสสตรอว์เบอรี่ และผลไม้อื่นๆ นอกจากนี้พวกกาแฟ นมรสต่างๆ ก็เป็นทีเด็ดของที่นี่เช่นกัน รับรองว่าจะสนุกไปกับการได้ลองดื่มน้ำรสชาติแปลกใหม่ และซื้อเป็นของฝากก็ถูกใจผู้รับอย่างแน่นอนเลย 4.ป๊อกกี้ และโคลอน รสชาติต่างๆ นอกจากเครื่องดื่มในร้านสะดวกซื้อแล้ว ขนมคบเคี้ยวก็เป็นอีกหนึ่งไอเดียที่ดีในการซื้อกลับบ้านเช่นเดียวกัน โดยเราขอแนะนำป๊อกกี้ และโคลอนรสชาติต่างๆ เช่น รสทาร์ตไข่, รสหูฉลามและเป๋าฮื้อ, รสมะม่วง, รสพีช และอีกหลายรสที่ไม่มีขายในเมืองไทย ถึงแม้ว่ามันจะดูเป็นของเล็กๆ น้อยๆ แต่มั่นใจว่าซื้อไปจะต้องติดใจ จนอยากบินกลับไปฮ่องกงเพื่อซื้ออีกแน่นอน 5.ผลไม้สด และใช่ครับ ทุกคนอ่านไม่ผิด ผลไม้สดนี่แหละ !!! แถวๆ Yau Ma Tei เป็นแหล่งขายผลไม้สดชั้นดี ที่เต็มไปด้วยผลไม้นานาชนิด ในราคาที่ถูกมากมาขายกันเต็มไปหมด และสิ่งที่พีคมากๆ และเราติดใจสุดๆ เลยก็คือ สตรอว์เบอรี่ลูกยักษ์ ที่หวาน สด และกรอบมากๆ ไม่ต่างอะไรจากสตรอว์เบอรี่ญี่ปุ่น หรือเกาหลีเลย เราซื้อกลับมาเมืองไทยเพียบ และไม่ต้องห่วงนะครับ ใครๆ เค้าก็ซื้อกัน เพราะฉะนั้นร้านขายผลไม้เหล่านี้จึงมีวิธีการห่อ และบรรจุมาอย่างดี เราแค่นำใส่กระเป๋าแค่นั้นเองครับ 6.เครื่องเซรามิกต่างๆ สายแม่บ้านแม่เรือนมาทางนี้ รับรองว่าจะต้องชอบแน่นอน เพราะที่ฮ่องกงมีพวกจาน ชาม และเครื่องเซรามิกต่างๆ ลายสวยๆ รูปแบบเก๋ๆ เพียบเลยครับ ซึ่งมีขายตามตลาดทั่วไปเลย สามารถซื้อไปไว้ใช้เอง ซื้อไปเก็บไว้เชยชม (ได้ใช้มั๊ยยังไม่รู้ รู้แต่อยากได้ ... เหมือนเรา !! 55555) หรือจะซื้อไปเป็นของฝากให้ผู้หลักผู้ใหญ่ก็ดูไม่น่าเกลียด ใครไปฮ่องกงแล้วยังคิดไม่ออกว่าจะซื้ออะไร เก็บไว้พิจารณาได้นะ 7.เครื่องรางต่างๆ ฮ่องกงเป็นประเทศที่เน้นไปไหว้พระขอพร และแน่นอนว่าแต่ละวัดก็จะมีเครื่องรางแตกต่างกันไป ซึ่งนอกจากเราจะบูชาไว้เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตัวเองแล้ว การบูชาไปเป็นของฝาก ของขวัญให้กับคนที่เรารัก และเคารพนับถือ ก็เป็นอีกหนึ่งไอเดียที่ดีเช่นกัน เช่น บูชาด้ายแดง เพื่อโชคด้านความรัก จากวัดหว่องไท่ซิน หรือบูชากังหัน เพื่อโชคลาภ จากวัดแชกงหมิว เป็นต้น 8.บอร์ดเกม กำลังเป็นที่นิยมในบ้านเราเลยครับ สำหรับบอร์ดเกม ซึ่งที่ฮ่องกงก็มีขายเช่นเดียวกัน แต่จะเป็นคนละแบบกับพวกบอร์ดเกมสัญชาติฝรั่งนะครับ เพราะของฮ่องกงจะเป็นเกมกระดานคลาสสิคอย่างพวก ไพ่นกกระจอก หรือหมากฮอสจีน วัยรุ่นอย่างเราๆ ซื้อไปเล่นก็เพลินดี ได้เปิดประสบการณ์ใหม่ๆ หรือจะซื้อไปเป็นของฝากอากง อาม่า รับรองว่าถูกใจไม่น้อยเลยล่ะครับ 9.หยก อีกหนึ่งของฝากที่เป็นที่นิยมมากๆ เมื่อมาฮ่องกง นั่นก็คือ หยก ครับ ซึ่งที่ฮ่องกงนั้นมีตลาดที่ขายหยกโดยเฉพาะเลยด้วยล่ะ และไม่ใช่แค่นักท่องเที่ยวนะครับที่ไปเลือกซื้อหยกกัน แต่ชาวฮ่องกงเองก็ไปกันเพียบเลย ที่ฮ่องกงมีหยกสวยๆ ลายแปลกๆ มากมายให้เราได้เลือกในราคาไม่แพง แต่ถึงยังไงแล้วก็อยากให้ทุกคนฝึกต่อราคาไปด้วยนะครับ เพราะว่าเราสามารถต่อราคาหยกได้เยอะอย่างคาดไม่ถึงเลยล่ะ เป็นยังไงบ้างครับ ? กับ 9 ของฝากที่ฮ่องกง ล้วนแต่น่าสนใจทั้งนั้นเลยใช่ไหมล่ะ !!! ถ้าใครเบื่อซื้อเครื่องสำอาง หรือรองเท้าสนีกเกอร์แล้ว ของฝากเหล่านี้ก็ถือว่าเป็นไอเดียที่ดีเหมือนกันนะครับ นอกจากนี้ของฝากจาก Disneyland หรือพวกช็อกโกแลตต่างๆ ก็ยังเป็นอะไรที่คลาสสิคอยู่เช่นเดียวกัน สามารถเลือกสรรได้ตามใจชอบเลย : ) อ่านต่อ.. >>ตะลอนกิน อิน ฮ่องกง #2 ร้านไหนดี มีอะไรเด็ดบ้าง...ไปดูกัน !!!<<
ซื้ออะไรดีที่อินเดีย? รวม 10 ของฝากจากอินเดีย ราคาเบาๆสไตล์คนประหยัด
พาช้อป
อินเดีย
ซื้ออะไรดีที่อินเดีย? รวม 10 ของฝากจากอินเดีย ราคาเบาๆสไตล์คนประหยัด
สำหรับใครที่กำลังจะไปอินเดีย หรือมี แพลนจะไปเที่ยวอินเดียทัวร์ครับขอเอาของฝากสุดฮิตเหล่านั้นมาแนะนำกัน เผื่อจะได้เลือกหยิบถูกนะครับ ไปดูกันครับว่าของฝากจากอินเดียเนี่ยมีอะไรบ้าง 😍 จองทัวร์อินเดีย กับ ทัวร์ครับ https://tourkrub.co/india-tour 10 ของฝากอินเดีย 1.ผ้าพัชมีนา ใครที่มีญาติผู้ใหญ่ น่าจะถูกใจของฝากชิ้นนี้อย่างแน่นอนครับ อันที่จริงพัชมีนา 100% จะหมายถึงขนแพะบริสุทธิ์จะไม่มีไหมหรือเส้นใยอย่างอื่นมาปน แต่ที่เป็นที่นิยมคือ พัชมีนาที่เป็นขนแพะ 70% และเป็นไหม 30% มากกว่า โดยราคาของผ้าพัชมีนามีตั้งแต่หลักร้อย - หลักพัน แล้วแต่เกรดของเนื้อผ้าครับ 2.ลิปบาล์ม Himalaya Herbals Lip Balm cr.sharitybox.com/Jeban.com ของฝากจากอินเดีย อันดับหนึ่งเลยสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาอินเดียแล้วต้องซื้อกลับไป เพราะสรรพคุณของเจ้าลิปบาล์ม Himalaya นั้นคือแก้เรื่องริมฝีปากที่แห้ง ลอก แตกได้ดีมากๆ แถมราคาก็ถูกมากด้วยนะครับ ตกอันละ 20 บาทเท่านั้น! ส่วนมากก็ซื้อยกโหลกันเลยทีเดียว และหาซื้อง่ายๆ ตามร้านค้าที่สนามบินก็มีครับ นอกจากนี้ยังมีสินค้าอื่นๆ จากแบรนด์ Himalaya ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน เช่น ครีมทาหน้า หรือโฟมล้างหน้า เป็นต้น เช็คราคาHimalaya Herbals Lip Balm คลิกเลย 3.ยา Pudin Hara ยี่ห้อ Dabur ยาชื่อดังตัวจี๊ดของฝากจากอินเดีย ดินแดนภารตะ เหมาะสำหรับคนที่มีแก๊สในกระเพาะเยอะ จริงๆ มีหลายยี่ห้อ แต่ยี่ห้อที่เราว่าดีมากๆ เลยคือยี่ห้อ Dabur ครับ เวลาไปซื้อต้องบอกยี่ห้อให้ชัดเจนด้วยนะครับ ลักษณะยาจะเป็นเม็ดกลมๆ เห็นน้ำสีเขียวด้านในที่สกัดมาจากสะระแหน่ ขอบอกก่อนว่าเวลากินคือต้องรีบกลืนนะ แล้วมันจะไปเย็นๆ ในท้อง ชั่วขณะเดียวก็เรอเอิ้กอ้าก สบายพุงกันไปเลยยยยย เช็คราคาDabur คลิกตรงนี้ 4.เครื่องประดับอินเดียนสไตล์ เป็นของฝากที่หาซื้อในอินเดียง่ายไม่แพ้ผ้าพัชมีนาเลยครับ เพราะเครื่องประดับนั้นมีวางขายกันเยอะมากกก ไม่ว่าจะเป็นเมืองไหนเหล่าเครื่องประดับเหล่านี้ก็มีอยู่ทุกพื้นที่ เรียกได้ว่าเป็นของฝากที่นิยมสุดๆกันเลยทีเดียว ข้อแตกต่างของแต่ละร้านจะเป็นลวดลายบนเครื่องประดับที่แตกต่างกันไปครับ บางร้านสามารถสั่งทำตรงหน้าร้านกันเลยล่ะ ถ้าใครไปเที่ยวอินเดียแล้วอยากหาดูของฝากจากอินเดียที่ราคาไม่แพง เครื่องประดับเหล่านี้ก็เป็นทางออกที่ดีไม่น้อยเลยครับ 5.ชายี่ห้อ Taj Mahal รู้กันไหมว่าชาที่อินเดีย หอม และอร่อยมากกก แนะนำว่าให้ลองชิมดู โรงแรมส่วนใหญ่มักมีให้ในมินิบาร์อยู่แล้ว หรือหากโรงแรมที่เพื่อนๆ ไปพักไม่มีก็ลองสั่งจากห้องอาหารโรงแรม หรือออกมาซื้อตามร้านค้าชิมดูครับ เราว่าดีงาม หอมอร่อยมากๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งยี่ห้อ Taj Mahal ที่ไปซูเปอร์มาร์เก็ตทีไร ชั้นวางโล่งทุกทีเลยครับ เช็คราคาสินค้า คลิกตรงนี้ 6. ปากกา Linc หลายคนอาจจะเอ๊ะ ปากกาเนี่ยนะ? ใช่จ้าาา ปากกานี่แหละจ้า ต้องยี่ห้อ Linc ด้วยนะเออ เพราะมันเขียนดี เขียนลื่นถูกใจเจ้มากๆ แถมราคายังถูกจนตกใจ ด้ามละสามบาทเท่านั้น! แนะนำซื้อไปเลยร้อยด้าม ฝากเพื่อนๆ แล้วก็เก็บไว้ใช้เอง ปีนึงยังไม่หมดเลยอ่ะ มีทั้งแบบหมึกและแบบเจลนะครับนอกจากนี้ยังมีปากกา Parker ที่โด่งดั่งในวงการผู้บริหารที่น่าซื้อเป็นของฝากเช่นเดียวกัน เพราะที่อินเดียราคาถูกกว่าที่ไทยครึ่งต่อครึ่งเลยล่ะ 7.Rose Water ใครที่ชอบใช้สเปรย์น้ำแร่ อยากให้ลองเจ้า Rose Water หรือ น้ำกุหลาบสกัด 100% นี้จากอินเดียดูแล้วจะติดใจครับ เพราะให้ความชุ่มชื้นสูงมาก แถมยังมีกลิ่นหอมอ่อนๆ จากกุหลาบอีก ฉีดก่อนแต่งหน้า จะทำให้เครื่องสำอางติดง่ายขึ้น และฉีดหลังแต่งหน้าก็จะทำให้หน้าขาวเด้ง เครื่องสำอางอยู่ทนตลอดวัน เจอเหงื่อเจอความร้อนก็ไม่เยิ้มนะจ๊ะนายจ๋า แนะนำยี่ห้อ Dabur และ VLCC ครับ เช็คราคาสินค้า คลิกตรงนี้ 8.ขนม Haldiram’s หน้าตามันจะคล้ายๆ กับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป หรือขาไก่ ที่นำมาผสมกับเครื่องเทศรสต่างๆ บางรสก็ผสมถั่วบ้างอะไรบ้าง มีหลากหลายรสชาติและหลากหลายยี่ห้อเลย แต่ยี่ห้อนี้เราว่าอร่อยสุด เป็นขนมที่เอาไว้ทานเพลินๆ ระหว่างดูหนัง หรือเป็นกับแกล้มในวงสังสรรค์ก็เวิร์คเหมือนกัน แต่ทานมากไปก็ไม่ดีนะครับ เพราะมันคือขนมอ่ะ ไม่ได้ให้คุณค่าทางสารอาหารสักเท่าไหร่ 9.ที่เขียนขอบตา Maybelline ใครที่อยากมีดวงตาคมเข้มแบบสาวอินเดีย ต้องโดนเครื่องสำอางตัวนี้เลยครับ จริงๆ มันเรียกว่า Kajal บ้านเราก็มีขายที่เป็นแท่งๆ สีดำ แต่จะบอกว่าคนอินเดียจริงๆ เค้าไม่ใช้กันนะฮืมม เค้าใช้ของ Maybelline เลย เพราะเค้าทำออกมาเฉพาะวางขายที่อินเดีย มีชื่อเรียกว่า Maybelline The Colossal Kajal แท่งละร้อยกว่าบาท หาซื้อได้ตามห้าง ในพวกร้าน Watson หรือ Boots ครับ เขียนชัดติดทน และกันน้ำด้วยนะ สาวๆบอกต่อกันว่ามันเวิร์คมากๆ เช็คราคาสินค้า คลิกตรงนี้ 10.มันฝรั่ง Lay’s ใช่ละครับ อ่านไม่ผิดหรอก จริงๆ เวลาเราไปเที่ยวต่างประเทศ เราจะชอบเข้าไปซูเปอร์มาร์เก็ตเค้าเพื่อซื้อขนมพวกนี้มากเลยนะ เพราะมันมักจะมีรสชาติแปลกใหม่ที่น่าลองในแต่ละประเทศ สำหรับที่อินเดียก็จะมีรสอย่างเช่น มะเขือเทศที่ผสมกับเครื่องเทศของเค้า , รสมาซาล่า , รสเครื่องแกงต่างๆ อร่อยดี ซื้อเป็นของฝากก็ไม่น่าเกลียด แต่อาจจะเปลืองที่ในกระเป๋านิดหน่อยครับ และนี่ก็เป็น 10 ของฝากน่าตำจากอินเดีย ที่ทัวร์ครับขอเอามาแนะนำกัน ใครว่าไปอินเดียไม่มีอะไรให้ซื้อ เอาบทความนี้ไปเถียงได้เลยนะครับ แต่ละอย่างที่เราคัดมาให้ เราเลือกสรรมาอย่างดี ว่ามันเวิร์คมากๆ และหวังว่าคงจะถูกใจเพื่อนๆ ทุกคนน๊า หากชอบบทความนี้ก็อย่าลืม ไลค์ & แชร์ให้กันด้วยนะครับ 😘